อยากรู้เลยว่าใคร ที่ล่าสุดรายการ ถามสุดซอย ออกอากาศวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 22.20 น. ทางช่องเนชั่น ช่อง 22 ดำเนินรายการโดย “เอิ๊ก พรหมพร ยูวะเวส” เปิดใจสัมภาษณ์ “หญิง” หญิงสาวที่อ้างว่าได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนักร้องลูกทุ่งชื่อดังจนมีลูกด้วยกัน แต่กลับถูกฝ่ายชายทอดทิ้งและต้นสังกัดเพลงของฝ่ายชายกีดกันไม่ให้พบหน้าพร้อมปิดช่องทางการติดต่อทุกทาง จนต้องดูแลลูกด้วยความยากลำบาก โดยหญิงมาพร้อม “ทนายนิติธร แก้วโต”

เรื่องราวเป็นยังไง รู้จักกันได้ยังไง?
หญิง : “ตอนนั้นไปประกวดร้องเพลงที่รายการหนึ่ง ด้วยความที่เราสนิทกันตอนเด็ก พอมาเจอกันตอนโตก็จำกันได้ ทักเฟซไปถามว่าจำเราได้มั้ย เขาก็โทรมา เราไปขอความช่วยเหลือจากเขาว่าช่วยหาที่พักให้หนูหน่อย ก็นั่งคุยกันสักพัก ถามสารทุกข์สุขดิบ”

เกิดอะไรขึ้นในวันนั้น?
หญิง : “คุยกันไปมาเขาก็เริ่มจับโน่นจับนี่”

เรามีท่าทียังไง?
หญิง : “ก็ตกใจนิดนึง แต่ด้วยความที่เราชอบด้วย เราก็ยอม หนูชอบเขาอยู่แล้ว ตอนนั้นยังเป็นแฟนคลับอยู่ค่ะ เขาก็เริ่มก่อน หนูนั่งนิ่งๆ เขาก็ชวนมานั่งบนเตียง”

มีเพศสัมพันธ์กันในวันนั้น?
หญิง : “ค่ะ อยู่ด้วยกันไม่นาน ประมาณชม.กว่า”

เขามีภรรยาอยู่ด้วย รู้มั้ย?
หญิง : “ครั้งแรกที่มีอะไรกัน ยังไม่รู้ว่าเขามีเมีย เราไม่ได้ถาม เราไม่ได้มีใคร ตอนนั้นเลิกสามีเก่าไปนานแล้ว”

หลังจากนั้นก็มีการติดต่อกันเป็นระยะๆ มาตลอด?
หญิง : “ค่ะ ส่วนใหญ่เจอที่กรุงเทพฯ ค่ะ”

แล้วรู้ตอนไหนเขามีภรรยาแล้ว?
หญิง : “รู้ตอนเขาลงเฟซ ทีแรกก็ตกใจอยู่ แต่ด้วยความรักมันห้ามไม่ได้”

คิดมั้ยจะเอายังไงกับเขา?
หญิง : “ทีแรกก็บอกกับเขาว่าเราเลิกกันไปก่อนมั้ย แต่ทีนี้เราก็ทำใจไม่ได้ เราเลือกที่จะปิดเรื่องนี้ เขาก็บอกว่าอย่าไปบอกใคร”

จนวันที่เราท้อง?
หญิง : “เจอเขาปี 60 ท้องปี 61 ค่ะ ซึ่งหนูด้วยความที่รักเขามาก ปิดเป็นความลับตลอด ไม่บอกเขาเลย กลัวเขากังวล กลัวเขาเครียด จนโกหกว่าท้องกับแฟนคนเก่า”

แต่ก็ติดต่อกัน?
หญิง : “คุยกันตามปกติ แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งหลังท้อง”

น้องมาเรียกร้องอะไรได้?
ทนาย : “กรณีอย่างนี้ถ้าเป็นคนที่อายุ 15 ปีขึ้นไป มีเพศสัมพันธ์กัน ถือว่าเกิดจากความสมยอม ไม่มีความผิด พรากผู้เยาว์ก็ไม่เข้าด้วย เพราะตอนเขามีอะไรกัน อายุเกิน 18 ปีแล้ว ความผิดทางอาญาไม่มี เหลือแต่เพียงความรับผิดชอบครั้งนี้ เขาจะรับผิดชอบยังไงเท่านั้นเอง”

พอท้องทำไมไม่บอกฝ่ายชาย?
หญิง : “หนูไม่อยากให้เขาเครียด อยากให้เขามุ่งมั่นร้องเพลง ไม่อยากให้มีผลกระทบทางจิตใจ กลัวเขาเครียด ถ้าเรารักเขาจริงเราต้องปกป้อง ไม่บอกเขา”

ก่อนหน้านี้เขามีลูกอยู่มั้ย?
หญิง : “เห็นว่าเคยมีคนนึงครั้งก่อน นานแล้ว ไม่ใช่ลูกกับภรรยาที่คบกันอยู่”

คิดว่าเราจะดูแลลูกเราด้วยตัวคนเดียวเหรอ?
หญิง : “ตัดสินใจจะไม่บอก ไม่พูด เก็บเป็นความลับ”

แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อ?
หญิง : “เหมือนพี่เขาไม่ค่อยสนใจ ไม่มา ไม่โทร ถ้าไม่โทรจี้ โทรตาม เขาก็ไม่ค่อยมา หลังจากท้องก็เจอกันตอนงานลอยกระทงที่เชียงใหม่ เขาไปทำงาน ไปร้องเพลง และได้เจอกัน”

เขาเห็นเราเขาไม่รู้เหรอว่าท้อง?
หญิง : “เขาไม่รู้ค่ะ เพราะท้องเราเล็ก”

เขาบล็อกเฟซบล็อกไลน์ตอนไหน?
หญิง : “เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาค่ะ เขาอ้างนะ แต่ไม่รู้จะใช่หรือเปล่า เขาบอกว่าเจ้าของค่ายจับมือถือเขาไปดู แล้วเห็นส่งข้อความไป จะคุยอะไรนักหนา เหมือนโทษเราว่าทำให้เขาทำงานไม่ได้”

หรือเราไปบอกเขาว่ามีลูกกับเขา เขาเลยบล็อกเราหรือเปล่า?
หญิง : “ไม่ได้บอก พูดถึงตอนนั้นอยากแต่งงานด้วย เป็นข้อเสนอของหนูเองค่ะ แต่งงานกันแบบไม่ต้องเปิดเผยก็ได้ บอกเขาหลังมีลูกแล้ว ซึ่งหลังๆ มาเขารู้แล้ว เพราะดูท่าทางเขาไม่ค่อยสนใจ เลยยื่นคำขาดแบบนี้ไป ถ้างั้นแต่งงานกันมั้ยแต่ไม่ต้องเปิดเผยมาก เงียบๆ ให้มาคุยกับแม่ ผูกข้อมือ”

พอเริ่มติดต่อยาก ก็เลยตัดสินใจบอกไปว่าเรามีลูกกับเขา ให้มาแต่งงานกัน?
หญิง : “ค่ะ ทีแรกเขาก็บอกว่ามันใช่เหรอ เป็นลูกสามีเก่าหรือเปล่า เขาแทบไม่เชื่อเลย พูดตรงๆ เราก็โง่ด้วยที่ไปยอมเขาทุกอย่าง ทั้งที่โกหกหมดนะ”

เราพูดเหมือนประชดว่าเป็นลูกของแฟนเก่า?
หญิง : “พูดค่ะ ก็พูดว่าเป็นลูกสามีเก่านั่นแหละ เขาก็คิดอย่างนั้นจริงๆ”

ลูกของหญิงเป็นลูกของนักร้องลูกทุ่ง ทำไมไม่ยืนยัน?
หญิง : “เรื่องของเรื่อง เขาอยู่ในช่วงต้องทำเพลง ก็ปล่อยเขาไปก่อน ไม่อยากให้คิดมาก เราห่วงสภาพจิตใจเขา”

กรณีแบบนี้เราเองก็ไม่ได้ชัดเจน ฝ่ายชายมีโอกาสปฏิเสธการยอมรับได้มั้ย?
ทนาย : “มันเป็นเหตุผลคลาสสิกว่าไม่ใช่ลูกเขา แต่ในทางกฎหมายต้องมีการไต่สวนและพิสูจน์ดีเอ็นเอ การร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้บิดาเป็นพ่อที่ชอบด้วยกฎหมายของลูก ศาลต้องไต่สวนเป็นที่พอใจ การไต่สวนไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็ได้ถ้าสองฝ่ายยอมรับกัน แต่ถ้าเกิดการโต้แย้งกันก็ต้องตรวจ”

ถ้าผลดีเอ็นเอออกมาไม่ใช่ก็จบ?
ทนาย : “ถูกครับ แถมเขาจะฟ้องกลับด้วย เพราะทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง”

ถ้าฝ่ายชายปฏิเสธการตรวจ ทำได้มั้ย?
ทนาย : “ถ้าปฏิเสธการตรวจก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ในทางกฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเขาคือพ่อหรือเปล่า ต้องไปนำสืบเรื่องอื่น เพราะดีเอ็นเอไม่ชัดในเมื่อเขาไม่ยอมตรวจ”

หลังจากที่บอกเรื่องลูก และบอกให้เขาแต่งงาน เขาจะแต่งมั้ย?
หญิง : “ทีแรกก็ปฏิเสธนะคะ เหมือนคล้ายๆ ว่าจะให้พี่เลิกกับเมียพี่เหรอ เขาอยู่กินกับภรรยาอยู่เชียงใหม่ ไปๆ มาๆ แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ภรรยาเป็นคนเชียงใหม่ บ้านเดียวกัน แต่ไม่รู้จักส่วนตัว รู้จักแค่ว่าคนนี้เป็นแฟน”

เขาจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายมั้ย?
หญิง : “เคยถามพี่เขาบอกว่าไม่ได้จดค่ะ”
ทนาย : “กรณีไม่จดทะเบียนสมรส กฎหมายไม่คุ้มครอง ผู้ชายหรือผู้หญิงที่มายุ่งกับสามีตัวเอง ไปเอาผิดเขาไม่ได้ ในทางกลับกันถ้าจดทะเบียนสมรสกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงแล้วมายุ่งกับสามีคนอื่นเขา โดยมีทะเบียนสมรส อาจถูกฟ้องในข้อหาเป็นชู้ได้ ถูกฟ้องและเรียกค่าทดแทน ค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น”

หลังเราพูดเรื่องแต่งงาน ไม่รู้สึกเหรอว่าเขาก็มีครอบครัว?
หญิง : “หญิงก็ไม่ได้คิดจะทำลายเขา ไม่ได้บอกให้เขาเลิกเมียมาแต่งกับหญิง คือการแต่งงานของหญิงทางเหนือจะเรียกว่าให้มาใส่ผี ให้ญาติ ให้แม่หญิงรับรู้ว่าคบกัน เอาด้ายสายสิณจน์ผูกแขน ให้เขาสบายใจว่าลูกฉัน หลานฉันไม่ได้เสียตัวฟรี”

อยากให้แต่งงานเพราะอยากให้ผู้ใหญ่รับรู้ แค่นั้นที่ต้องการ?
หญิง : “แค่นั้น”

ไม่ได้อยากสร้างครอบครัวอยู่กับเขาเป็นเรื่องเป็นราวเหรอ?
หญิง : “ก็เขามีเมียอยู่แล้ว ถ้าทำอย่างนั้นก็ทำลายน้ำใจเมียหลวง เราคิดนะ”

ถ้าแต่งงานกัน มีพิธีผูกข้อมือ ฝ่ายหญิงจะไม่มาอาละวาดเราเหรอ?
หญิง : “ก็มาแบบเงียบๆ ไม่ต้องไปบอก แค่ให้มาบอกแม่ก็ได้ เรายอม เขาก็บอกว่าไม่ได้ ขนาดเมียพี่ยังไม่ได้ไปหาเลย”

เขาเริ่มบล็อกตอนวันอาทิตย์ โดยอ้างว่าเจ้าของค่ายเพลงไม่ให้ติดต่อกับเรา?
หญิง : “ค่ะ แอบใช้เบอร์โทรยาย เบอร์โทรคนอื่น ปลอมเสียงเป็นผู้ชายไปคุยเราก็ถามว่าทำไมต้องมาบล็อกเฟซ บล็อกไลน์ บล็อกเบอร์โทร เขาอ้างว่าค่ายยึดมือถือไป เราก็บอกว่าแล้วยังไงล่ะ เรื่องแต่งงาน เขาบอกว่าไม่อยากแล้ว จะมาใช้ชีวิตอยู่กับหญิงยังไง ก็เลื่อนไปก่อน มันจะดีเหรอ เพราะญาติทางเราก็รู้อยู่ เราคุยๆ กันไว้ว่าออกพรรษาเราจะแต่งงานกัน เขาบอกให้เลื่อนไปก่อน หลังจากนั้นเขาบอกว่าทำไง ถ้าพี่ถูกทางค่ายไล่ออกจากค่าย เขาก็บอกว่าให้หญิงไปคุยกับเจ้าของค่ายมั้ย”

เราเขียนไปว่าไง?
หญิง : “หนูก็เขียนว่าขออนุญาตคบกับนักร้องคนนี้ อยากสร้างครอบครัวเล็กๆ แต่ไม่ต้องเปิดเผย เหมือนกับพี่เขาให้เราเป็นคนขออนุญาต ถ้าเขาพูดไปกลัวโดนด่า อย่างน้อยหนูก็เป็นผู้หญิง”

ทางนั้นตอบมั้ย?
หญิง : “อ่านค่ะ ส่งไปส่วนตัว เขาลบเพื่อนทันทีค่ะ หลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้เลย เขากีดกันทุกทาง”

หญิงออกมาพูดวันนี้ต้องการอะไร?
หญิง : “ถ้าเขาไม่บล็อกเฟซ บล็อกไลน์ คุยกันดีๆ ให้พี่เขาไปคุยกับเจ้าของค่าย ขอคบและมีลูกก็จบ มันก็เงียบ อยากให้เขายอมรับเรา ยอมรับลูกเรา แต่ทีนี้บล็อก แล้วหนูจะหาทางออกที่ไหน”

อยากให้เขาช่วยเลี้ยงลูกด้วยมั้ย?
หญิง : “มาถึงขั้นนี้ก็ไม่ต้องแล้วค่ะ ถ้าเขาจริงใจกับเรา เขาต้องหาทางคุยกับเรา แต่นี่เขาเงียบ เหมือนไม่จริงใจกับเราเลย”

คิดว่าถูกหลอกมั้ย?
หญิง : “คิดนะ เคยถามพี่เขาอยู่ หลอกหรือเปล่า เขาบอกว่าไม่ได้หลอก เขาพูดอย่างนี้ทุกครั้ง”

ทนายจะแนะนำหญิงยังไง?
ทนาย : “ในทางกฎหมาย ไม่มีกฎหมายใดไปบังคับให้จดทะเบียนสมรสกันได้ คงไม่มีการหมั้นกัน สองต่อให้มีลูกกันก็ตาม ไม่สามารถบังคับให้เขามาอยู่กับเราได้ กฎหมายไม่ได้มีอำนาจแบบนั้น ทางเดียวที่จะทำได้คือฟ้องให้ศาลสั่งว่าเขาเป็นพ่อที่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อสิทธิตามกฎหมายจะได้เกิดขึ้น เขาจะได้ช่วยเรื่องค่าเลี้ยงดูต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น อย่างน้อยๆ อย่าไปคิดถึงตัวเอง คิดถึงเด็กเป็นสำคัญ เด็กต้องมีอนาคตที่ดี”

ถ้าวันนี้เขาติดต่อมาว่าทำไมต้องไปเล่าออกสื่อ?
หญิง : “ก็เป็นเพราะใครล่ะ ถึงให้ทำแบบนี้”

ถ้าเขายังไม่ติดต่อมา หญิงจะทำยังไง?
หญิง : “ก็ต้องฟ้องค่ะ”

 

ที่มา : ถามสุดซอย

 

4

.

2

.

แบ่งปัน