เคยมีการแจ้งเตือนจากธนาคารแห่งหนึ่งถึงเรื่องพฤติกรรมการทิ้งสลิปเอทีเอ็มของผู้บริโภคว่า สลิปที่ทิ้งนั้นเป็นสาเหตุให้ต้องสูญเสียเงินในบัญชีไปได้ เนื่องจากผู้ที่กดเอทีเอ็มหากกดเงินอย่างไม่ระวังตัว เงินฝากอาจหายในเวลาพริบตา

พฤติการณ์แนวใหม่ เริ่มสุ่มหาเหยื่อ เลือกดูสลิปจากตู้เอทีเอ็มรายใดมีเงินเหลือในบัญชีมาก คือ เป้าหมาย นำข้อมูลจากสลิปไปค้นหาเจ้าของบัญชีพอได้ชื่อ-นามสกุล ก็อ้างว่าเป็นตำรวจ ไปขอคัดข้อมูลทะเบียนราษฎร์ เลข 13หลักจากอำเภอ นำมาปลอมแปลงทำบัตรราชการ แต่ใส่รูปหน้าคนร้ายเข้าไป

และบัตรข้าราชการนี่เอง ที่สร้างความน่าเชื่อถือ กลายเป็นใบเบิกทางให้แก๊งคนร้าย นำไปเปิดบัญชีธนาคาร โดยใช้ชื่อ-นามสกุลของเป้าหมายที่ตกเป็นเหยื่อ เปิดบัญชีธนาคารเดียวกัน แต่ต่างสาขา

หนึ่งในผู้ต้องหารับสารภาพ การแกะรอยจากสลิปที่ถูกทิ้งตามตู้เอทีเอ็ม กลายเป็นช่องโอกาส เรื่องง่ายๆที่ไม่มีใครทันระวังตัว หลายคนเบิก-ถอนเงินเสร็จ ก็ทิ้งสลิปเอทีเอ็มไว้ตามถังขยะ โดยไม่ฉีกหรือทำลายก่อนทิ้ง

ผู้ต้องหาเผยหมดเปลือกลโกง หาเงินด้วยวิธีการผิดฏหมายเพราะเห็นว่า ง่ายๆ พอได้ข้อมูลนำไปปลอมแปลงเอกสาร บัตรข้าราชการ แล้วนำไปเปิดบัญชีซ้อนได้แล้ว ก็จะทำบัตรเอทีเอ็ม และขอเปิดใช้บริการอีแบงค์กิ้งเพื่อเชื่อมบัญชีสุดท้ายจะโอนเงินทั้งหมดจากบัญชีของเหยื่อ เข้าบัญชีของตัวเองที่เปิดใหม่ ซึ่งเป็นชื่อ-นามสกุลของเหยื่อ แต่ต่างสาขา รับทำมาแล้ว 4 ครั้งได้เงินไปกว่า 8 แสนบาท

บัตรข้าราชการที่ปลอมเป็นตำรวจ นำไปขอเปิดบัญชีใหม่สร้างความน่าเชื่อถือ ทางธนาคารจะไม่ตรวจสอบมากนัก เพราะเห็นว่าเป็นข้าราชการที่สำคัญ หลังจากนั้นข้อมูลเดิมของเจ้าของบัญชี ก็จะถูกเปลี่ยนใหม่หมด คนร้ายจะเปลี่ยนพาสเวิร์ด เบอร์โทรศัพท์ ให้ติดต่อถึงตน เจ้าของบัญชีตัวจริงจึงไม่รู้ตัว เงินถูกดูดหายไปจากบัญชี

 

สมาคมธนาคารไทย ระบุ กลโกงดังกล่าวถือเป็นรูปแบบใหม่ที่แก๊งมิจฉาชีพ ดูฐานข้อมูลลูกค้า จากสลิปเอทีเอ็ม และเลือกปลอมแปลงเอกสารจากการใช้บัตรประจำตัวข้าราชการลูกค้า ในการขอเปิดบัญชี เพราะที่ผ่านมาพบเพียงการปลอมแปลงบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งทางธนาคารหาแนวทางป้องกันปัญหาได้สมเร็จ

ปัญหาที่เกิดขึ้นล่าสุดสมาคมธนาคารไทย จะต้องมีการปรึกษาหลายส่วนงาน โดยเฉพาะการนำบัตรประจำตัวข้าราชการ ในการทำธุรกรรมจะสามารถใช้ดำเนินการต่อได้หรือไม่ แต่เหนือสิ่งอื่นใด แนวทางการแก้ปัญหาจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อความสะดวกของลูกค้า

 

แบ่งปัน