จากกรณีเว็บไซต์หนึ่งแอบอ้างใช้รูป “นาย ณภัทร เสียงสมบุญ” ไปประกอบภาพทำโฆษณา ทั้งๆ ที่ได้ทำการยกเลิกสัญญากันไปแล้ว  ทำให้  “หมู พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ” คุณแม่ของพระเอกหนุ่ม หอบหลักฐานตั้งโต๊ะแถลงข่าว พร้อมทนาย เจมส์ นิติธร แก้วโต ชี้แจงทุกข้อกล่าวหา ณ ชั้น 9 ห้องบริหารศิลปิน อาคารมาลีนนท์ M1 ถ.พระราม 4 โดยมี “นาย ณภัทร” มาเป็นกำลังใจให้คุณแม่ด้วย

{อ่านข่าว : “หมู พิมพ์ผกา” พร้อมทนาย แจงทุกข้อกล่าวหา งัดหลักฐานตอกกลับเว็บไซต์ชื่อดัง }
{อ่านข่าว : ชี้แจงชัดๆ!!! “แม่หมู พิมพ์ผกา” ยืนยัน “นาย ณภัทร” ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโฆษณานั้นแล้ว!!!}

ถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น?
“เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากเราได้รับการติดต่อให้น้องเป็นพรีเซ็นเตอร์เหมือนแบรนด์ทั่วๆ ไป เป็นเรื่องของเว็บไซต์ที่ขายสินค้าออนไลน์ ดูแล้วจากขั้นต้นก็ปกติ วิธีการตกลงให้น้องถ่ายภาพนิ่ง 5 ภาพ ภาพเคลื่อนไหวเป็นวิดีโออีก 1 เรื่อง และเราตกลงกันในตอนนั้น

แล้วที่น้องที่ติดต่อมาเป็นพนักงานของบริษัท ไทยฟินเทค แนะนำตัวเองเลยว่า น้องเพิ่งจบใหม่และบริษัทเราเป็นบริษัทใหม่ แต่มีทุนจดทะเบียน 200 ล้านเลยนะ น้องบอกว่ายังไม่มีประสบการณ์ แล้ววิธีการติดต่อฟังทะแม่งๆ เราก็ถามไปเลยว่าใช้เอเจนซี่ของอะไร ซึ่งเป็นปกติอยู่แล้วในการรับงานที่เราต้องสอบถามว่าใช้ทีมไหนทำงาน ช่างภาพเป็นใคร สอบถามเป็นปกติ เพื่อควบคุมภาพลักษณ์ของนักแสดง น้องบอกว่าน้องยังใหม่ คุณแม่มีแนะนำเอเจนซี่ไหมคะ ซึ่งเป็นการคุยกับแบบมีลายลักษณ์อักษรด้วยซ้ำ ว่าเขาให้เราแนะนำเอเจนซี่เอง ขอความช่วยเหลือมา (พร้อมโชว์ไลน์แชท)

เราแนะนำไปกับเอเจนซี่ที่เราเคยทำงานด้วย เป็นเอเจนซี่ระดับหนึ่งของประเทศ เพราะดูจากทุนจดทะเบียนของเขาให้ไปคุยกันเอง จะเลือกหรือไม่เลือก เราไม่รู้เรื่องแล้ว แล้วที่เขามาบอกว่าเรามีส่วนได้ส่วนเสียกับเอเจนซี่ไม่จริง เขาเป็นคนขอความช่วยเหลือเราให้แนะนำ ด้วยความที่เราร่วมงานกับเอเจนซี่เยอะมาก

สำหรับสาเหตุที่ยกเลิกสัญญาแจ้งมาว่าความคิดเห็นไม่ตรงกัน เราบอกเลยว่าเราขอยกเลิกสัญญากับเขา ด้วยคำว่าทำให้น้องเสื่อมเสียชื่อเสียงภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน ด้วยสาเหตุมาจากที่ว่า เพจเตือนภัยนักศึกษา ออกมาเตือนภัยเป็นเพจใต้เตียง มธ. (โชว์เอกสาร) ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกมาเตือนภัยนักศึกษาว่ามีเว็บไซต์เว็บหนึ่งเข้ามาที่มหาวิทยาลัย แล้วเอาบัตรประชาชนนักศึกษาไปถ่ายรูป นักศึกษาโปรดระวังข้อมูล

เมื่อเราเห็นตรงนี้แล้วมันมีความไม่ชอบมาพากล เพจนี้ถูกทวีตไปในทวิตเตอร์มีข้อความจากนักศึกษาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถูกดึงบัตรประชาชนไปถ่ายรูปจริง อย่างที่เราเห็นต่อมาคือมีโบรชัวร์ด้วย ซึ่งเรายังไม่ได้เริ่มงานอะไรกันเลย มีภาพน้องภาพนี้ ภาพน้องเกาคางภาพฮิตมากในโลกโซเชียล”

ขอถามถึงที่มาของรูปนี้มาได้ยังไง?
“คือเป็นรูปที่มีลิขสิทธิ์ เป็นรูปที่แม่ถ่ายหนังสือ แล้วถามว่ามาได้ยังไง คือพอเซ็นสัญญากันปุ๊บ งานถ่ายภาพนิ่งยังไม่เคยเกิดขึ้น ขอแม่รูปหนึ่งก่อนได้ไหม เอาไปติดไว้ที่หน้าเว็บเพื่อเป็นขวัญกำลังใจพนักงาน ว่าเราได้พรีเซ็นเตอร์มาแล้ว (หัวเราะ) แม่ก็บอกว่างั้นไปเลือกเอาเลยในไอจี รูปไหนก็ได้ เขาบอกไม่ได้ค่ะแม่ ไฟล์มันเล็กไป

เราก็บอกอ้าว คุณจะติดแต่ที่เว็บไซต์ทำไมต้องเอาไฟล์ใหญ่ๆ เขาบอกว่าทางฝ่ายกราฟิกบอกว่าไม่ได้ ต้องไฟล์ใหญ่ แม่ก็บอกแม่ไม่มีไฟล์ใหญ่ รูปไฟล์ใหญ่ๆ มันมีลิขสิทธิ์ มีเจ้าของหมด แม่ให้ไม่ได้ เขาก็บอกว่าแม่คะ เราขอรูปนี้ เขาตั้งใจเลยว่าขอรูปนี้ (รูปน้องนายเสื้อสีดำยืนจับคาง) เราก็เลยส่งไปให้เขา ก่อนจะส่งไปแม่ก็โทรไปถามเจ้าของลิขสิทธิ์ว่าขอยืมใช้ไม่เกิน 1 เดือน เดี๋ยวถ่ายรูปใหม่เสร็จแล้วจะลบทิ้ง เพราะว่าเอาไปติดแค่ที่เพจเว็บไซต์เท่านั้น เขาก็บอกว่างั้นเอาไป

แล้วแม่ยังถามเขาเลยว่าเราถ่ายภาพนิ่งกันวันไหน อย่าเอารูปนี้ไปใช้ ติดลิขสิทธิ์นะ แต่ปรากฏว่ามีเพจเตือนภัยนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขึ้นรูปโบรชัวร์เว็บไซต์เขาที่มีรูปน้องนายรูปที่เราส่งไปให้ แม่ก็แบบทำไมคุณถึงกล้าเอาไปทำโบรชัวร์ ในเมื่อภาพมันเป็นลิขสิทธิ์ แล้วเซ็นสัญญายังไม่ถึงเดือนเลย คุณทำการตลาดแล้วตามมหาวิทยาลัยต่างๆ

แม่ขอบอกถึงเหตุของการยกเลิกสัญญาก่อน คือหนึ่งเราเจอเพจเตือนภัย ซึ่งเรามองเห็นท่าไม่ดีแล้ว การที่เอาบัตรประจำตัวประชาชนของคนอื่นไป เท่ากับละเมิดสิทธิ์ แล้วบัตรประจำตัว เวลาเราให้ใครเอาไปถ่ายรูปมันอันตรายมากนะคะ เราไม่รู้ว่าเขาเอาไปทำอะไร เจตนาเขาคืออะไร ทำไมถึงต้องดึงบัตรประชาชนนักศึกษาไปถ่าย ทำไมต้องให้ซีรอกซ์แล้วเซ็นยินยอม แม่เริ่มมองเห็นว่าไม่น่าจะดีแล้ว

อันดับที่สองคือใช้รูปที่มีลิขสิทธิ์ไปทำเป็นโบรชัวร์ แม่จึงขอใช้ข้อนี้ในการยกเลิกสัญญาเลย ขอยกเลิกในวันที่ 23 พฤษภาคม ภายในระยะเวลาไม่ถึงเดือน แล้วเขาก็ตกลง มีการเซ็นกันทั้งสองฝ่าย ตกลงกันอย่างดี และที่สำคัญที่สุด แม่คืนเงินทุกบาททุกสตางค์นะคะ หลักฐานการคืนเงินเราก็มีหมด ในความเป็นจริงการตกลงค่าตัวของโฆษณาตัวนี้จะอยู่ที่ 5,800,000 บาท แต่น้องคนที่ติดต่อบอกว่าหนูขออนุญาตบวกเพิ่มเข้าไป 500,000 บาทได้ไหม ขอเป็นค่านายหน้า

เราก็บอกว่าอย่ามาเกี่ยวกับแม่ เงิน 5 ล้าน แม่เสียภาษี 20 เปอร์เซ็นต์นะ บวกเพิ่มมา 20 เปอร์เซ็นต์นี่มันมหาศาลสำหรับแม่ เขาก็บอกว่าครั้งนี้ขอหน่อย ช่วยๆ กัน แล้วตอนนั้นแม่กำลังจะไปเมืองจีน ก็เลยงั้นก็ได้ แต่แม่ขอหักภาษี ณ ที่จ่ายให้มันถูกต้อง ซึ่งแม่ก็มีสัญญา

แล้วน้องเขาพยายามจะโอนเงินเข้าบัญชีแม่มาให้เร็วที่สุด โดยที่เรายังไม่ได้เซ็นสัญญา มันจะมีข้อความอยู่อันหนึ่ง ว่าขอโอนเงินก่อนสงกรานต์ได้ไหมคะ เราเซ็นสัญญากันวันที่ 29 มีนาคม น้องบอกว่าขอโอนเงินก่อนสงกรานต์ได้ไหมคะ ทั้งที่สัญญาก็ยังไม่ได้เซ็น (โชว์หลักฐานแชตไลน์) เราก็บอกไม่ได้ ทุกอย่างมันต้องเป็นไปตามขั้นตอน แม่ก็อีกหนึ่งเอ๊ะ ว่าเราทำงานกับใครวะเนี่ย

สุดท้ายเขาก็โอนเงินเข้าบัญชีนะคะ แม้แต่ใบเสร็จรับเงินแม่ก็ต้องโทรไปถามว่าถามบัญชีให้หน่อยว่าไม่เอาเหรอ ไม่เอาหลักฐานพวกนี้แล้วคุณจะไม่ยื่นภาษีเหรอ เขาก็โทรกลับมาว่าเอาก็ได้ค่ะแม่ เราก็ทำกลับไปในนามของบริษัท พอเราได้รับเงินโอนมาเสร็จเรียบร้อย ทำใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงินกลับไปให้เขาเรียบร้อย แม่ได้มีการโอนเงินกลับไปให้เขา 5 แสนบาทนะคะ โดยหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 3 เปอร์เซ็นต์ ก็จะเป็นเงิน 485,000 บาท โอนกลับไปให้พนักงานเขา

เพราะฉะนั้นสิ่งที่แม่โอนกลับไปตามที่เขาโชว์หลักฐานให้ดู คือเงิน 5,800,000 บาท และเงินที่โอนให้พนักงานอีก 500,000 บาท รวมแล้วเป็นเงิน 6,300,000 บาท สรุปคือแม่โอนเงินคืนเขาทั้งหมดทุกบาททุกสตางค์ โดยไม่เก็บไว้เลยแม้แต่บาทเดียว สิ่งสำคัญที่สุดคือเอาน้องนายออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เพราะแม่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ถ้าทำงานกับที่นี่ต่อไป ผู้ปกครองจะมาโวยวายไหมว่าบัตรประชาชนลูกสาวลูกชายเขาหายไปนะคะ

ทีนี้มาถึงเรื่องที่เขากล่าวหาว่าแม่ใช้คำว่าแอบอ้างในการที่แม่โพสต์รูปนั้นรูปแรกเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน สาเหตุที่แม่โพสต์รูปนั้นว่าแอบอ้าง คือวันที่ 13 ในเวลากลางคืนแม่เห็นนักศึกษาคนหนึ่งทวิตเตอร์ขึ้นมาเป็นภาพน้องนาย (โชว์หลักฐานภาพที่ถูกกล่าวอ้าง) อยู่บนตึก ซึ่งภาพนี้แม่บอกแล้วว่ามันเป็นภาพลิขสิทธิ์ คุณเอาไปทำโบรชัวร์ แถมมาทำบิลบอร์ดใหญ่ๆ ติดตึกแบบนี้ด้วยเหรอ ขออนุญาตแม่หรือยัง

อันที่สองคือน้องจะไปยังมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และมีโบรชัวร์น้องในวันที่ 13 หมด เรายกเลิกสัญญากันไปแล้ว เป็นเวลา 20 วัน คุณยังใช้โบรชัวร์เราอยู่ มีหลักฐานเยอะกว่านี้อีก นักศึกษาทยอยส่งมาให้หมูจากการที่หมูประกาศ แล้วรูปก็มีลิขสิทธิ์ เอามาติดบิลบอร์ดได้ยังไง

แล้วสัญญาก็หมดไปแล้ว ถูกไหมคะ ยกเลิกไปแล้ว คืนเงินทุกบาททุกสตางค์แล้ว แม่ทำเพื่อปกป้องเขานะคะ คือคืนนั้นแม่ไม่รู้ว่าวันรุ่งขึ้นเขาจะไปที่มหาวิทยาลัยไหน แล้วนักศึกษาจะโดนยึดบัตรประชาชนถ่ายรูปอีกหรือไม่ สิ่งที่แม่ทำในคืนนั้นคือทำยังไงให้นักศึกษารู้ให้เร็วที่สุดว่าใครมายึดบัตรประชาชนอย่านะ ถ้าเห็นเขาเอาหน้าน้องนายไปทำโบรชัวร์แบบนี้อย่าหลงเชื่อ

แล้วคำว่าแอบอ้างในความหมายของแม่คือการใช้รูปที่มีลิขสิทธิ์ ตอนที่เรายกเลิกสัญญากันแม่เห็นแค่เขาใช้ในเว็บ และเห็นใช้ในโบรชัวร์ของเพจเตือนภัยนักศึกษาเท่านั้น แม่ไม่เห็นงานบิลบอร์ดเลย อยู่ๆ งานบิลบอร์ดโผล่ขึ้นมา มันจี๊ดมาก คืนนั้นแม่ก็คิดว่าจะเอาไงดี พรุ่งนี้นักศึกษาจะต้องรู้ให้เร็วที่สุด แม่ก็โพสต์คืนนั้นโดยไม่ได้ปรึกษาใครเลย ใช้สัญชาตญาณของความเป็นแม่ในการปกป้องลูกเรา บอกนักศึกษาว่าเราไม่เกี่ยว เขาแอบอ้าง แม่ไม่รู้ว่าถ้าแม่ไม่ใช้คำว่าแอบอ้างแล้วจะให้ใช้คำว่าอะไร นึกไม่ออกจริงๆ แล้วเขาจะเอาคำนี้มาฟ้องแม่

ทีนี้มาถึงคำที่เขาบอกว่าแม่กล่าวหารูปนั้น เขียนว่าสินค้าของเขาราคาแพง คำว่าสินค้าราคาแพงที่เขียนไปในโพสต์ เป็นสินค้าที่เกินความจำเป็น เกินปัจจัยสี่ที่มนุษย์จะมี เด็กนักเรียน นักศึกษายังไม่ได้ทำงาน ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง บางคนยังไม่บรรลุนิติภาวะเลย แต่ถูกให้มาผ่อนสินค้า เราถามเขาคำหนึ่งว่านักศึกษายังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง บางคนอายุยังไม่ถึง 20 ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องมาผ่อนสินค้า ถ้าไม่มีเงินผ่อนจะเกิดอะไรขึ้น

สิ่งที่แม่ทำ แม่ไม่อยากให้มันเกิดการสร้างค่านิยมที่ผิดๆ ว่าคนนั้นมีอันนั้นเราต้องมี พอมีเสร็จก็เกิดปัญหาว่าผ่อนไม่ไหว แล้วมันจะมีปัญหาสังคมเกิดตามมาแน่นอน นั่นคือสิ่งที่เรากลัวว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เข้าใจคำว่าสินค้าราคาแพงในความหมายของเราแล้วนะ เราไม่ได้ไปบอกว่าของเขาแพงนะคะ เราโพสต์ว่าสินค้าราคาแพง”

เขาบอกว่าขอคิวถ่ายภาพโปรโมตแล้วไม่ให้ความร่วมมือ?
“ดูหลักฐานการขอคิวไหมคะ (ยกหลักฐานบทสนทนาโชว์) คุณแม่คะขอวันที่ 1 มิ.ย. คือเขาขอล่วงหน้ามาแค่อาทิตย์เดียว ระดับน้องนายแล้วมาขอคิวตอนอาทิตย์เดียวมันเต็ม เราก็บอกว่าต้องนัดคิวล่วงหน้านะ เราติดงานจริงๆ เราก็ให้คิวเขาไปแล้วว่า 28-3 เราอยู่เกาหลีนะคะ จะมีคิวว่างในวันที่ 8, 16, 17 พ.ค. เลือกเอาเลยค่ะจะใช้วันไหน เขาก็โทรกลับมาถามเราว่าจะเอาวันไหนดี ก็มีการติดต่อคิวนู่นนี่นั่น เขาบอกว่างานอาร์ตเวิร์คยังไม่เสร็จ แล้วเขาก็เริ่มเอางานอาร์ตเวิร์กมาให้ดู เขาทำมาให้เราดู 1 ชิ้น อันนี้ไม่ได้เป็นภาพที่ถ่ายใหม่ เป็นภาพที่เขาเอามาจากในอินเทอร์เน็ตมาตัดแปะว่างานจะออกมาประมาณนี้

พอเราดูงานอาร์ตเวิร์กชิ้นนี้ เราบอกอย่าเอาสินค้ามาอยู่ตรงตัวน้อง เขาไปแก้กลับมาค่ะ แก้กลับมาเป็นอันนี้ (หัวเราะ) คือเอามาอยู่รอบตัวแทน เราก็บอกว่าตายแล้ว คุณไปเอาเอเจนซี่ที่ไหนมาทำงาน ทำไมไม่รู้กฎ กติกา มารยาทของการเป็นพรีเซ็นเตอร์ และเขาก็ถามเรากลับมาว่า อ้าว เป็นเว็บขายสินค้า แต่ไม่มีสินค้าแล้วจะให้ทำอะไรคะ เราก็สอนเขาด้วยซ้ำและยังเอาตัวอย่างให้เขาดู

คือหน้าที่ของเราคือโปรโมตแบรนด์ โปรโมตเว็บไซต์เพื่อให้คนรู้จัก เราไม่ได้มาโปรโมตสินค้าแต่ละชิ้นแต่ละตัว เพราะน้องมีสินค้าจับจองอยู่เกือบหมดทุกสิ้นทุกแบรนด์แล้ว อันนี้เป็นอันหนึ่งที่บอกถึงความไม่มืออาชีพเลย สิ่งเหล่านี้ก็น่าจะเป็นที่มาของคำว่าความคิดเห็นไม่ตรงกันในสายตาเขาที่เขากล่าวอ้างเรานะคะ แต่ว่ามันก็คือการปกป้องสิทธิ์ของเรา แม่บอกเลยว่าเราเลิกสัญญากันไม่ใช่เพราะว่าความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่ว่ามันเป็นเพราะหนึ่งมีเพจเตือนภัย

ซึ่งอาจจะทำให้นาย ณภัทร เสื่อมเสียชื่อเสียง สองคุณนำภาพที่มีลิขสิทธิ์ของเราไปทำเป็นโบรชัวร์ ทำเป็นบิลบอร์ด บิลบอร์ดที่น้องๆ ถ่ายภาพมา ระยะเวลามันขึ้นว่ามันที่ 28 พ.ค. เรายกเลิกสัญญากันในวันที่ 23 พ.ค. เขายังไม่เอาลง ไม่เป็นไรแม่ไม่ว่า เอาแบบแมนๆ ให้เวลา 7 วันในการเอาลง”

.

img_8030

.

ทางนั้นแจ้งว่าสั่งทีมงานเอาออกแล้ว?
“ถ้าเขาบอกว่าต้องใช้เวลา 7 วัน เรื่องนั้นแม่ไม่เอาความ แต่สิ่งที่แม่เอาความคืออยู่ดีๆ มีบิลบอร์ดที่เป็นภาพลิขสิทธิ์โผล่ขึ้นมาได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งที่เขาบอกเราในวันยกเลิกสัญญา

เรามีแค่ภาพน้องในเว็บไซต์และโบรชัวร์ เราเห็นแค่สองอย่างนี้เท่านั้น บิลบอร์ดแม่ยังไม่เคยเห็น แล้วเป็นคุณ คุณตกใจไหมคะ อยู่ๆ วันที่ 13 มิ.ย. 20 วันผ่านไปแล้วเห็นบิลบอร์ดขึ้นมา แล้วยังเป็นภาพที่มีลิขสิทธิ์ ก็อย่างที่บอกไม่ใช้คำว่าแอบอ้างแล้วให้ใช้คำว่าอะไร”

ทางนั้นบอกว่าติดต่อเราไม่ได้?
“โชคดีที่เรามีหลักฐานทุกอย่าง แม่ก็ไม่เข้าใจนะว่า ทำไมถึงเป็นผู้บริหาร แต่ทำไมไม่พูดเรื่องจริงออกมา เขาคุยกับเราเกือบ 1 ชั่วโมง ครั้งแรกคือเขาคุยกับคนชื่ออ้น ผู้ช่วยแม่ก่อน คุยจนเขาบอกว่าเขาอยากคุยกับเรา สิ่งที่แม่จะคุย แม่ขอคุยกับผู้บริหารเพื่อที่เราจะเล่าทุกอย่าง ที่มันเกิดขึ้นให้เขาฟัง หวังว่าเขาจะไปแก้ไขในองค์กรของเขาให้เรียบร้อย เราจึงไปถามหาตัวตนของเขา (มิสเตอร์ จอห์นสัน วู รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไทย ฟินเทค) พอได้เบอร์โทรศัพท์ก็ติดต่อกัน คุยกัน 1 ชั่วโมง เราคิดว่าเราใจดีกับเขา ปรารถนาดีกับเขา มองเขาว่าเขาเป็นเจ้าของธุรกิจ ที่อยากทำธุรกิจประสบความสำเร็จแต่มีเหตุล้มเหลวเกิดขึ้นในองค์กร เพราะฉะนั้นสิ่งที่แม่จะบอกเขาก็คือ บอกให้เขาหาทางแก้ไข เราคุยและเล่าทุกอย่างให้เขาฟังหมด หารู้ไม่ว่าสิ่งที่แม่คุยไปทั้งหมด แม่เพลี่ยงพล้ำ กลายเป็นสิ่งที่แม่เล่า มาทำร้ายแม่หาว่าแม่ ต่างๆ นานา ตายแล้วความปรารถนาดีของเรา เราใจดีกับคุณมากี่ครั้ง คุณไม่เห็นคุณค่าของมันเลย

คุณแถลงข่าวแทนที่จะขอโทษเรา กลับมาโยนของเสียให้เรา วันที่คุยกันเราบอกว่าเราถามจริงๆ นอกจากโบรชัวร์น้องนายแล้วบริษัทคุณได้ผลิตโบรชัวร์ใหม่มาหรือยัง เขาเงียบไป แล้วหลังจากนั้นเขามาบอกกับคนของเราว่าโบรชัวร์ใหม่ผลิตแล้วในวันรุ่งขึ้น และส่งมาเป็นงานอาร์ตเวิร์กเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นคุณจอห์นสันได้คุยกับเรา ทำไมถึงพูดมาได้ว่าไม่มีการคุยกัน และสิ่งที่เราขอกับทางคุณจอห์นสันคือขอการแก้ไขมาให้เราดู สิ่งที่เราขอเขาไป 3 ขอในสิ่งที่จะแก้ไขปัญหาครั้งนี้ แม่ขอไว้ชัดเจนมาคือ

1. เราขอค่าเสียหายคือค่าปรับในการนำรูปไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

2. ขอแพลนตารางงาน ว่าแต่ละสัปดาห์คุณไปที่มหาวิทยาลัยไหนบ้าง เพื่อที่เราจะเช็คได้และแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าคุณจะไม่ใช้รูปน้อง ให้เรามั่นใจตอนแรก เขาบอกว่าให้ไม่ได้เราก็ปล่อย แต่ตอนนี้เราต้องเอามาแล้ว แม่ขอเป็นเวลาแค่ 2 เดือน รายงานเราแค่ 2 เดือน

3. ออกหนังสือแถลงการณ์ขอโทษและรับผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น

คุณจอห์นสันตอบกลับมาหลังจากที่เราคุยกับคุณจอห์นสันเสร็จแล้ว คุณจอห์นสันบอกว่าจะขอคุยกับเรา เราบอกว่าคุยได้ แต่เขาจะเอาทนายความมาด้วย ในตอนนั้นเรายังไม่มีทนายเจมส์เข้ามา เรามีแต่ผู้ช่วย เราบอกว่าถ้าเอาทนายมาคุยจะไม่จบนะ เจตนาของเราคืออยากให้คุณปรับปรุงองค์กร คุณอาจจะโดนลูกน้องใส่อะไรเราไม่รู้หรอก เขาดึงดันจะเอาทนายความมาคุยและจะมีประธาน รองประธาน ผู้ช่วย 7-8 คนมาคุย แต่ฝ่ายเรามีอยู่แค่สองคน แล้วจะคุยยังไง ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องหาทนาย เขามีทนายมาแล้วเราไปคุยถ้าเราเพลี่ยงพล้ำบอกอะไรเขาไปอีก คุยกับทนายมันก็น่ากลัว เราก็เลยแต่งตั้งทนายเจมส์ให้ไปดำเนินการคุยต่อทั้งหมด”

ทนายเจมส์ : หลังจากที่ผมได้รับมอบหมายจากพี่หมูให้ดำเนินการเจรจาข้อตกลงและข้อเรียกร้องของฝั่งพี่หมูและรับทราบปัญหาและข้อเรียกร้องของฝั่งบริษัทไทย ฟินเทค

ผมก็ได้เสนอข้อเสนอของพี่หมูไป 3 ข้อ ข้อที่หนึ่งคือเรื่องของค่าเสียหาย ข้อที่สองเรื่องของการขอตารางเวลา และข้อที่สามเรื่องของคำขอโทษ ซึ่งข้อที่หนึ่งกับข้อที่สามทางฝั่งของไทย ฟินเทค ยินดีที่จะให้ความร่วมมือครับ ยอมขอโทษและยอมจ่ายค่าเสียหาย แต่ในเรื่องของข้อที่สองเป็นการให้ตารางเวลา ผมขอบอกก่อนนะครับว่ามันคือตารางเวลาเฉพาะที่ไปตามมหาวิทยาลัยเท่านั้น คุณจะไปทำการตลาดในที่อื่น เราไม่เอา เราไม่เอาแผนการตลาดใดๆ ทั้งสิ้นเพราะเราเล็งเห็นปัญหาที่ไม่อยากให้มหาวิทยาลัยหรือนักศึกษาไปติดภาระผ่อนสินค้าต่างๆ ตอนแรกผมขอไม่ได้กำหนดระยะเวลา

ตอนหลังมาถ้าเกิดว่าพี่จะขอแบบตลอดไปมันก็จะลำบากสำหรับเขา ก็ขยับลงมาเหลือแค่ 2 เดือน รายงานทุกสัปดาห์ก่อนที่จะไปเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าจะไม่ใช้โบรชัวร์ที่มีรูปของน้องนายอยู่แค่นั้นเอง หลังจากนั้นมาตอบผมมาว่าเป็นไปไม่ได้ วันที่ 25 ผมถามไปก็ไม่ตอบผม โทรไปไม่รับสาย มาตอบตอนเช้าวันที่ 26 ก่อนวันที่จะมีการแถลงข่าว

ซึ่งผมบอกว่าถ้ามันเป็นไปไม่ได้ในเรื่องของการส่งมอบตารางเวลา พี่มีข้อเสนออะไรที่เป็นมาตรการป้องกันให้น้องไม่เสียหาย เสนอมา ผมจะไปคุยต่อ แต่เขาเลือกที่จะไม่คุย แล้วก็หายไป โผล่มาอีกทีก็มีการแถลงข่าว

หมู พิมพ์ผกา : เราก็คาดหวังว่าจะมีการแถลงข่าวขอโทษ แต่ว่ามันไม่มีการขอโทษ แถมยังพูดพลิกไปหมด ข้อเสนอที่เราเสนอไป 3 ข้อ เขาตกลงมาสองข้อ คือยอมจ่ายค่าเสียหาย สองคือยอมที่จะรับผิดขอโทษ แต่เราถามว่าแล้วทำไมข้อที่สองที่เราขอให้แสดงเจตนาบริสุทธิ์ที่จะไม่ใช้รูปน้องอีก ทำไมถึงทำไม่ได้ แล้วก็ไม่มีมาตรการอะไรที่จะทำ นั่นแสดงว่าคุณจะเอาไปใช้อีกใช่มั้ย เรากลัวว่าจะเอาใช้อีกใช่มั้ย เราไม่เข้าใจแล้วเขาก็ไม่ให้เหตุผลมาด้วย นั่นก็คือแสดงเจตนาไม่บริสุทธิ์แล้ว ต่อให้จ่ายเงินให้เรามากี่สิบล้านเพื่อเรื่องค่าเสียหายแล้วยังเอารูปน้องไปใช้อีก เราไม่ยอม

เขาบอกว่า เงิน 500,000 บาท เป็นค่าใช้รูป?
หมู พิมพ์ผกา : เขาเข้าใจว่าหักไว้เป็นค่ารูป แต่ในความเป็นจริง เราไม่ได้รับสักบาท

ได้คุยกับพนักงานคนที่รับค่านายหน้าไหม?
หมู พิมพ์ผกา : พูดค่ะ เขาเป็นพนักงาน ก็ไม่รู้ว่าเขาบอกเจ้านายเขายัง พอเกิดกรณีนี้ ก็มีถามเราเหมือนกันว่าโอนคืนได้ไหม มันสายไปแล้ว ถ้าทางฝั่งเขาต้องการหลักฐาน เราส่งให้ได้นะ สรุปคือเราไม่ได้รับเงินเขาแต่บาทเดียว

ที่เรียกร้องค่าเสียหายล่าสุดเท่าไร?
หมู พิมพ์ผกา : 3 ล้าน ถูกมาก เรายังคิดว่าที่เขาไม่ยอมให้แผนการตลาดเพราะคิดว่า จ่าย 3 ล้านเสร็จแล้ว นำรูปไปใช้ต่อรึเปล่า ไม่ว่าจะเท่าไรเราไม่อนุญาตให้ใช้รูปเรา

เราได้ส่งภาพให้เขาดูไหม?
หมู พิมพ์ผกา : ส่งค่ะ มีหลักฐานการส่งด้วย แล้วเขาบอกว่า เขาไม่ได้รับหลักฐาน พอเราคุยกับคุณจอห์นสัน หลังจากที่เราโพสต์ เขาไม่ยอมรับ ส่งจดหมายแถลงการณ์ของเขาว่า เขาไม่ได้แอบอ้าง มีการเซ็นสัญญาจริง แต่ยกเลิกไปแล้ว

และที่สำคัญ ยังไปโทษเด็กที่โพสต์ทวิตเตอร์ว่า จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อผู้ใช้ทวิตเตอร์บัญชีชื่อนี้ ที่เป็นผู้เผยแพร่ข้อความให้เกิดความเข้าใจผิด เราต้องขอบคุณน้องที่โพสต์ ทำให้เราเห็นว่ามันมีงานนี้เกิดขึ้น แต่เขาจะเอาผิดเด็กที่รักน้องที่ตื่นเต้นว่าจะได้เจอณภัทรแล้ว

ทนายเจมส์ : ข้อความของน้องไม่ได้มีอะไรที่เสียหาย

ได้เห็นภาพบิลบอร์ดอันนั้นเองไหม?
หมู พิมพ์ผกา : หลังจากที่เห็นน้องคนนี้โพสต์ วันรุ่งขึ้นแม่ก็ให้มอเตอร์ไซค์ขับรถไปดูเลย ขับไปดูที่มหาวิทยาลัยนี้ปรากฏว่าไม่เจอ สืบไปสืบมาเจอว่าอยู่ที่มหาวิทยาลัยหอการค้า ภาพที่ถูกถ่ายคือถ่ายเมื่อวันที่ 28 พ.ค. เอาลงเมื่อไหร่ไม่รู้

แต่เรื่องเอาลงเอาขึ้นแม่ไม่ติดใจ แต่สิ่งที่แม่ติดใจคือคุณเอาภาพที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ บริษัทคุณจดทะเบียนเยอะขนาดนี้ทำไมไม่ถ่ายรูปเป็นของคุณเอง รีบถ่าย รีบเอาภาพไปใช้ตามขั้นตอนให้ถูกต้อง

.

img_8022

.

เขาบอกว่าจะเตรียมหลักฐานฟ้องทั้งแพ่งและอาญา ทางเราว่ายังไง กังวลไหม?
หมู พิมพ์ผกา : หลักฐานที่เอามาให้ดู เรายังมีอีกหลายเท่าตัวอยู่ที่บ้าน นั่งเลือกหลักฐานแทบไม่ถูกว่าจะเอาอันไหน ก็เอาหลักฐานตามที่เขากล่าวหามาอ้างอิงทั้งหมดว่ามันไม่จริงเลยในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ถ้าจะเป็นคดีฟ้องแพ่งและอาญา

บอกเลยว่าแม่มีหลักฐานเยอะกว่านี้ ลองคิดดูแม่โพสต์ว่าใครมีหลักฐานให้ส่งเข้ามา ประเด็นที่เขาบอกว่าจะไปเอาผิดนักศึกษาคนนี้คืออะไร ลองคิดดูให้ลึกๆ ว่าเป็นการขู่เด็กๆ ที่จะโพสต์ภาพและส่งหลักฐานมาให้แม่ ขู่ว่าจะไม่ให้ใครส่งหลักฐานมาให้แม่อีก แต่มันสายไปซะแล้วเพราะเขาส่งมาหมดแล้ว

ทางเราจะฟ้องกลับไหม?
ทนายเจมส์ : จริงๆ เราเก็บหลักฐานอยู่ เดี๋ยวผมจะไปรวบรวมตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ตั้งแต่เลิกสัญญาวันที่ 23 พ.ค. ผมก็จะเข้าไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ให้ข้อมูลมาว่าเขาเข้าไปเช่าสถานที่เพื่อตั้งบูธ แจกโบรชัวร์

หมู พิมพ์ผกา : เราไม่อยากมีเรื่องให้มันเสียสมาธิ เสียความสวยของเราไป มันเครียด เราก็ไม่ได้อยากมีคดีติดตัว ถ้าจะมีคดีเกิดขึ้นจริงเราคิดว่าเราถูกต้อง หลักฐานเราครบหมด แม่ว่าเขาน่าจะเสียเปรียบนะคะ

เขาได้มีติดต่อมาพูดคุยเจอตัวไหม?
หมู พิมพ์ผกา : ยังไม่เจอ แต่เมื่อวานเห็นในไลฟ์สด ฟังเสียงแล้วคือคนเดียวกันคือคุณจอห์นสัน

อยากฝากบอกอะไรถึงเขา?
หมู พิมพ์ผกา : คุณจอห์นสัน คุณเป็นลูกผู้ชายอ่ะ คุณคุยกับแม่เป็นชั่วโมง แม่เล่าทุกอย่างให้คุณฟัง ทำไมคุณถึงกล้าพูดว่าไม่เคยคุยกับแม่เลย แล้วอย่างนี้เราจะเชื่ออะไรกันได้อีก

มีกำหนดระยะเวลาให้ติดต่อไหม?
ทนายเจมส์ : หลังจากที่เราทราบว่านำภาพเราไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ คราวนี้ต้องไปดูก่อนว่าเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพเขาจะดำเนินการไหม

เพราะว่าในส่วนของเราจะมีเรื่องของทำให้เราเสื่อมเสียชื่อเสียงเฉยๆ ในส่วนนี้ก็อาจจะต้องดำเนินคดีแพ่งไป ในส่วนของอาญาต้องไปถามเจ้าของภาพเขาครับ

หมู พิมพ์ผกา : เจ้าของภาพ แม่รู้จักค่ะ ติดต่อเขาไปเองว่าเราขอใช้ภาพเพื่อลงเว็บอันนี้ชั่วคราว

ตอนนี้สภาพจิตใจเรากับน้องนายเป็นยังไงบ้าง?
หมู พิมพ์ผกา : น้องนายชิล (หัวเราะ) แต่สำหรับคุณแม่มันกวนใจอะคะ อยู่ๆ ก็มาให้ข่าว อย่างเมื่อวานที่เขาแถลงแม่ก็ดูด้วยความมึนงงว่ามันมีแบบนี้เกิดขึ้นได้ด้วยเหรอ หลักฐานทุกอย่างแม่ก็มี มีการบอกเลิกสัญญาเพราะอะไร ไม่ได้พูดความจริงหมดเลย ไม่เข้าใจเหมือนกัน

กังวลว่าจะกระทบกับงานของน้องไหม?
หมู พิมพ์ผกา : ไม่กังวล ไม่กระทบ เพราะคนไทยเราเข้าใจกันดี เขาอาจจะเป็นชาวต่างชาติที่ไม่รู้วิธีการ ในเรื่องของการทำงานแม่มั่นใจว่าเราทำงานมืออาชีพ หลายๆ แบรนด์ที่ร่วมงานก็รู้ว่าเรามืออาชีพจริงๆ

อยากให้เรื่องจบยังไง?
หมู พิมพ์ผกา : ทำยังไงก็ได้ให้เราสบายใจว่าคุณจะไม่ใช้รูปน้องแล้วจริงๆ อย่าโกหกเรา อย่าพลิกไปพลิกมาแค่นั้นเอง เราคนไทยผิดก็ขอโทษ ผิดก็ยอมรับผิด ไม่ใช่โทษนู่นนี่ โยนไปโยนมา

.

img_8057

.

img_8055

.

img_8054

.

img_8053

.

img_8052

.

img_8047

.

img_8044 img_8042

.

img_8041