วันที่ 16 ธ.ค. 64 น.ส.พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ หรือพิมรี่พาย แม่ค้าและยูทูบเบอร์ชื่อดัง พร้อมนายพงษ์พันธ์ เล้าสุวรรณ ทนายความ เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.มนสิช ชุนดี รองผกก.(สอบสวน)​ กก.4 บก.ปคบ. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่แอบอ้างเป็นแพทย์เสริมความงาม มาสมัครงานที่คลินิก EST CUTE CLINIC (อิส คิวท์ คลินิก)​ โดยนำหลักฐานจากแพทยสภาและสำเนาบัตรประชาชน ซึ่งเป็นชื่อของแพทย์ตัวจริงมาแอบอ้าง

ซึ่งก่อนหน้านี้โลกออนไลน์ออกมาแฉถึงคลินิกเสริมความงามของเจ้าตัวว่า มีการแอบอ้างชื่อแพทย์ประจำคลินิก อีกทั้งแพทย์ชื่อดังกล่าวตัวจริงอยู่ที่ต่างประเทศ และไม่เคยทำงานให้คลินิกของพิมรี่พายแต่อย่างใด จึงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โดยในเวลาต่อมาคุณหมอตัวจริงที่ถูกแอบอ้างชื่อก็ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า

“ขอชี้แจงนะคะ ดิฉัน นางสาวปิยนุช รัตนโกเศศ ชื่อเล่น หยก เลขประกอบวิชาชีพ… ไม่เคยทำงานที่ Est Cute clinic ของพิมรี่พาย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ตามที่โดนแอบอ้างชื่อไปใช้ในคลินิก

ปัจจุบันอยู่ต่างประเทศ มาเกือบ 7 เดือนแล้ว หากมีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นภายใต้การถูกแอบอ้างชื่อ ไม่ใช่ตัวดิฉันแน่นอนค่ะ”

น.ส.พิมรดาภรณ์ กล่าวกับสื่อว่าว่า วันนี้มาแจ้งความร้องทุกข์กรณีที่ตนถูกบุคคลแอบอ้างเป็นแพทย์มาสมัครงานที่คลินิกโดยใช้ใบประกอบวิชาชีพแพทย์และสำเนาบัตรประชาชนของแพทย์ตัวจริง ซึ่งทั้งในวันที่มาสมัครงานและขณะทำงานแพทย์ตัวปลอมคนนี้ได้ใส่แมสก์ปิดบังใบหน้า ใช้ผ้าคลุมหัว แต่งตัวมิดชิด ทำงานเป็นครั้งคราว ไม่ได้เป็นพนักงานประจำ

จนกระทั่งวันนี้ เวลาประมาณ 17.00 น. แพทย์ตัวจริงได้เข้ามาแสดงตัวว่าอยู่ต่างประเทศ และไม่เคยทำงานที่คลินิกของตน ตอนแรกก็ตกใจว่าเป็นไปได้ไง จึงให้ทีมงานตรวจสอบจนความแตก เพราะติดต่อคนที่แอบอ้างว่าเป็นแพทย์ไม่ได้ ปรากฏว่าปิดเครื่อง หลังทราบเรื่องก็ได้มีการตรวจสอบแพทย์ที่ทำงานให้คลินิก พบว่าแพทย์ปลอมมีคนนี้เพียงคนเดียว​

ตนจึงมาแจ้งความ เพราะนิ่งนอนใจไม่ได้ และกำลังรวบรวมเคสต่าง ๆ ที่แพทย์ปลอมรายนี้ทำการรักษาให้กับลูกค้า เพื่อรวบรวมเป็นพยานหลักฐานให้แก่พนักงานสอบสวน ขอยืนยันว่าจะรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ จะทำหนังสือและกราบขอโทษคุณหมอตัวจริงที่ทำให้เสียหาย และขอโทษลูกค้าที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า บุคคลที่แอบอ้างเป็นแพทย์รายนี้ มีการทำเคสให้ลูกค้าแล้วเกิดปัญหาขึ้นหรือไม่ พิมรี่พาย กล่าวว่า ในการสมัครงานแพทย์ปลอมรายนี้อ้างว่าทำงานกับคลินิกทุกที่ที่มีชื่อเสียง ตนก็ไม่คิดว่าจะมีคนกล้าแอบอ้างคลินิกใหญ่ ๆ หลายแห่งขนาดนี้ ทำให้เรารู้สึกตายใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็มีการแอบอ้างว่าติดเคสที่นั่นที่นี่ขอเข้าสาย ส่วนตัวตนเชื่อว่ามีการสวมชื่อแพทย์คนนี้มานานแล้ว และมีการไปหลอกที่คลินิกอื่น ๆ ด้วย เพราะมีการแอบอ้างคลินิกอื่น ๆ เยอะมาก

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการดิสเครดิตทางธุรกิจหรือไม่ พิมรี่พาย ตอบว่า ตนไม่คิดโทษใคร เป็นเรื่องของตนเองที่ต้องรับผิดชอบแทนลูกน้องทั้งหมด ในฐานะที่เราเป็นพิมรี่พาย จะปล่อยให้ลูกค้าโดนกระทำแบบนี้ไม่ได้

ขณะที่นายพงษ์พันธ์ ทนายความ กล่าวว่า ตอนนี้กำลังรวมหลักฐานทั้งหมด ส่วนการดำเนินคดีทุกข้อหาหากมีพยานหลักฐานใดที่ปรากฏทั้งการใช้เอกสารปลอม ฉ้อโกงหรือการแสดงเป็นบุคคลอื่นก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด

ด้านพ.ต.ท.มนสิช กล่าวว่า วันนี้ได้รับการประสานงานจากทางทนายความของพิมรี่พาย ทางตำรวจจึงได้แนะนำไปว่าให้พิมรี่พายกลับไปรวบรวมเอกสารและเช็กรายละเอียดเกี่ยวกับหมอปลอมคนนี้ว่ามีคนเดียวหรือเปล่าซึ่งต้องใช้ระยะเวลา โดยเอกสารที่ทางตำรวจให้พิมรี่พายกลับไปรวบรวมเพิ่มเติมในคืนนี้คือรายชื่อลูกค้าที่ได้เข้ารับบริการกับหมอปลอมคนนี้

พ.ต.ท.มนสิช กล่าวต่อว่า ผู้เสียหายในคดีนี้แบ่งออกเป็นสามส่วน ส่วนที่ 1 คือ คลินิกซึ่งเป็นผู้ประกอบการ ส่วนที่ 2 คือ ผู้เสียหายที่เป็นคุณหมอตัวจริง ที่ถูกนำเอกสารใบประกอบวิชาชีพมาแอบอ้างสวมรอย ซึ่งทราบว่าตอนนี้ตัวคุณหมออยู่ที่ต่างประเทศและส่วนที่ 3 คือ ตัวลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ

เคสลักษณะนี้ก็ถือว่าเป็นเคสร้ายแรงเพียงแต่ไม่ค่อยเป็นข่าว โดยผู้ต้องหาจะเลือกตัวหมอที่มีรูปร่างหน้าตาและลักษณะใกล้เคียงกันและยิ่งอยู่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด จึงต้องปิดหน้าด้วยแมสก์ยิ่งยากต่อการตรวจสอบ

ในส่วนของข้อหาหลักที่ผู้ต้องหาจะต้องถูกดำเนินคดี 1)ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต 2)ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น ในส่วนอีกข้อจะต้องไปดูก่อนที่มาของเอกสารนั้นมาได้อย่างไร อยากฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการคลินิก ควรมีการถอดแมสก์เทียบหน้าตอนมาสมัครงาน หรือตรวจสอบไปยังเว็บไซต์แพทยสภา และเช็กข้อมูลทางอินเตอร์ว่ารายชื่อผู้มาสมัครเคยเป็นข่าวมาหรือไม่

 

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์

 

แบ่งปัน