“ไฮโซปอ” เจ้าของเรือสปีทโบ๊ทเปิดใจกับสื่อมวลชนหลังเข้าให้ปากกับตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี โดยเล่าไทม์ไลน์เหตุการณ์ก่อนและหลัง “แตงโม นิดา” พลัดตกเรือกลางเจ้าพระยาเมื่อคืนวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมาโดยไฮโซปอ เล่าว่า กลุ่มเพื่อนได้นัดไปทานข้าวกันร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านสามโคก ก่อนจะนั่งเรือไปถ่ายรูปกันต่อที่สะพานพระราม 8(จุดแลนด์มาร์ก)ระหว่างทางกลับ”แซน”ที่นั่งอยู่ท้ายเรือกับแตงโม ให้ข้อมูลว่าแตงโมต้องการปัสสาวะและได้จับขาของ”แซน”ที่ยื่นไปท้ายเรือไว้ ระหว่างที่”แตงโม”ลุกขึ้นปรากฏว่าเสื้อเปียกน้ำและเป็นจังหวะที่”แซน”โดนคลื่นซัดเพราะขณะนั้นไม่ได้มีการส่งซิกหรือบอกให้หยุดก่อน จึงทำ”แตงโม”เสียหลักพลัดตกแต่ไม่ได้ตกไปทันที แตงโมได้พยายามจับข้างๆเรือไว้ก่อนจะตกลงไป จากนั้น”แซน”ได้ตะโกนว่า”โม”ตกน้ำ คนผู้ชายที่นั่งติดกับ”แตงโม”ชื่อ”จ๊อบ”จึงได้ตะโกนบอกให้หยุดเรือ ก่อนจะหันเรือกลับไปตามหาโมทันที แต่ก็ไม่เห็นโมแล้ว ยอมรับว่าทุกคนรู้สึกตกใจและช็อกกับเหตุการณ์ตอนนั้น แต่ก็พยายามช่วยกันค้นหานานประมาณ 15-20 นาที ก่อนจะติดต่อเจ้าหน้าที่ให้มาช่วย

พร้อมยอมรับว่าไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือเพราะท้ายเรือมีเสียงเครื่องยนต์และบนเรือติดลำโพงใหญ่ 4 ตัว ซึ่งเปิดเพลงฟังด้วย จึงมองว่าเป็นเรื่องยากมากหากมีใครตกน้ำ แล้วร้องขอความช่วยเหลือจะทำให้คนบนเรือได้ยิน ย้ำว่าจังหวะที่แตงโมตกน้ำตนเองไม่เห็น คนที่เห็นคือ”แซน”ดังนั้นข้อมูลตอนตกจากเรืออยากให้ทาง”แซน”เป็นคนให้ข้อมูลจะดีกว่า พร้อมยืนยันว่าบนเรือมีเสื้อชูชีพแต่ทุกคนบนเรือไม่ได้สวมชูชีพ และทุกคนบนเรือมีการดื่มไวน์กันจริง โดยดื่มมาตั้งแต่อยู่ร้านอาหารแล้ว แต่ไม่ได้ดื่มมากจนเมา ยังยืนยันว่าจำพิกัดที่แตงโมตกลงไป ได้และพร้อมพาไปชี้จุด

ไฮโซปอ ยืนยันว่าสาเหตุที่มาพบตำรวจล่าช้าและไม่ตรงเวลาที่นัดไว้ไม่ได้ต้องการหลบเลี่ยงการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายแต่เพราะสภาพจิตใจไม่พร้อม ต้องการตั้งสติเพื่อมาให้ข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนสาเหตุครั้งนี้จะเกิดจากความประมาทในการขับขี่เรือ ยังไม่ขอตอบคำถามนี้ แต่ตนเองรู้สึกเสียใจและเป็นอะไรที่แย่มากในชีวิตตนเอง เพราะเพื่อนที่ไปกินข้าวด้วยกันต้องหายไป ส่วนที่ในกลุ่มเพื่อนมีการประสานไปยังทนายษิทรา หรือทนายตั้ม ก็เพื่อต้องการขอคำปรึกษา เพราะทนายตั้มเป็นคนที่มีประสบการณ์และมีชื่อเสียง เชื่อว่าจะช่วยให้คลายความกังวลและความกลัวลงได้ เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนจึงตกใจและกลัวทุกอย่าง ส่วนเรือสปีทโบ๊ตของตนเองยืนยันว่าเป็นเรือที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีมาตรฐานสูง ส่วนที่ตรวจสอบพบว่าทะเบียนหมดอายุนั้น ยอมรับว่าเป็นเพราะเรือไม่ได้ใช้เป็นกิจวัตรประจำวันจึงไม่ได้ดูว่าทะเบียนขาดอายุวันไหน

ทั้งนี้ในตอนท้ายของการให้สัมภาษณ์ ไฮโซปอ ได้พนมมือขอตั้งจิตอธิษฐานขอบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นและหาเพื่อนให้เจอ และขอให้ทุกคนเห็นใจเพราะไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น ก่อนจะร้องไห้สะอื้นและพูดว่า”ขอให้โมกลับมาเหอะนะ”

 

ที่มา : INN News

แบ่งปัน