วันที่ 12 ส.ค.60 จากกรณีกระทู้พันทิป ‘ซากรถตู้ ตรงถนนวิภาวดีแถวแยกไปรัชโยธิน มุ่งหน้าไปเซนลาด’ มีผู้สงสัยว่า ซากรถตู้ที่พังยับเยินบนบนถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาเข้าช่วงรัชวิภา หน้าศาลาริมทาง ถูกนำมาไว้บริเวณนี้หลายสัปดาห์ ทำไมจึงไม่มีใครเคลื่อนย้ายไปเก็บสักที รวมถึง รถตู้คันดังกล่าวมาได้อย่างไร เป็นของใคร และทำไมถึงมาไว้ที่นี่ได้…

loading...

ล่าสุดได้มีการไขปริศนาความสงสัยดังกล่าว โดยที่มาของรถสุดยับเยินคันนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 22 พ.ค. มีรถตู้โดยสาร ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 15-8852 กรุงเทพมหานคร สาย ต.155-16 วิ่งระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-นวนคร (ทางด่วน) ประสบอุบัติเหตุ พุ่งชนท้ายรถดูดฝุ่นทำความสะอาดบนทางด่วนยกระดับอุตราภิมุข หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ ขาเข้าช่วงก่อนลงถนนดินแดง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และยังมีผู้ได้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ อินทร์เทศ สว.สส.สน.วิภาวดี พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นพนักงานขับรถตู้เสียชีวิตติดคาพวงมาลัย และผู้โดยสารอีกรายกระเด็นออกมาเสียชีวิตนอกรถ

ส่วนสาเหตุนั้น ทราบว่า รถตู้โดยสารขับแซงขวาด้วยความเร็วประมาณ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พุ่งชนท้ายรถดูดฝุ่นทำความสะอาดอยู่ที่เลนขวาสุดอย่างแรง จึงทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

ทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำรถตู้มาตรวจสอบเป็นเวลา 1 เดือนที่ สน.วิภาวดี จากนั้น จึงได้บอกให้ยังญาติเจ้าของรถ ซึ่งก็คือภรรยาของพนักงานขับรถตู้ผู้เสียชีวิต มาเคลื่อนย้ายเป็นเดือนๆ แล้ว ซึ่งทางภรรยารับทราบแล้ว แต่ยังไม่มาเอา เพราะไม่รู้จะเอาซากรถไปไว้ที่ไหน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเอาไปไว้หน้าศาลาตรงข้ามกับโรงพัก โดยเป็นริมทางสำหรับพักรถไม่ได้กีดขวางการจราจรแต่อย่างใด

“ทำไมต้องเอามาไว้บริเวณนี้ เพราะว่าภายในโรงพักมีที่คับแคบ โดยเฉพาะช่วงฝนตกแทบจะไม่มีที่จอดรถ ดังนั้น เมื่อรถที่เกิดอุบัติเหตุตรวจสภาพเสร็จ ตำรวจต้องรีบคืนเจ้าของเพราะไม่มีที่เก็บรถไว้ และยังมีคันอื่นที่ต้องตรวจสอบอีก ส่วนจะไว้ตรงนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ก็รอจนกว่าทางญาติผู้ตายจะหาทางเอารถคืนไปได้ และรถคันนี้ทำประกันอยู่ มีโอกาสที่ญาติจะขายเศษซาก และญาติก็แจ้งประกันไปแล้วแต่ประกันก็ยังเฉยๆ อยู่เลยยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป” พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าว

เมื่อถามว่า ทางตำรวจมีสถานที่ส่วนกลางเอาไว้สำหรับเก็บซากรถเหล่านี้หรือไม่ พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ ตอบว่า ไม่มี ยกเว้นแต่มีที่ว่างบริเวณโรงพัก และต้องจ้างคนเฝ้าเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนรถคันนี้คิดว่าคงไม่มีใครกล้าขโมย เพราะสภาพยับเยินมาก และก็รู้กันโดยทั่วไปว่ามีคนตายติดคาซากรถ ก็คงไม่มีใครอยากจะมาขโมย หรืออยากเข้าใกล้

อย่างไรก็ตาม หากมีคนมาขโมยของในรถตู้คันดังกล่าว ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย มาตรา 334 ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวม อยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 6,000 บาท และหากลักทรัพย์ในเวลากลางคืน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท.

ที่มาจาก : ไทยรัฐ

แบ่งปัน