เรียกว่าสร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์ในขณะนี้ หลังอดีตพระเอกคนดังจากช่อง 7 สี และอดีตบอยด์แบนด์ชื่อดังจากวง B.O.Y สำหรับ “เต็งหนึ่ง คณิศ ปิยะปภากรกูล” ได้ออกมาโพสต์คลิปวีดีโอผ่านยูทูปแชนแนล “Krist Qiao”  ยอมรับว่าตนเองเป็นเกย์เป็นครั้งแรก พร้อมทั้ง เล่าถึงวินาทีที่บอกคุณแม่ว่าเป็นเกย์ด้วย

โดยในคลิปดังกล่าว “เต็งหนึ่ง” ได้เขียนแคปชั่นบรรยายไว้ว่า “จริงๆวิดีโอนี้เป็นวิดีโอแรกในช่องนี้เลยที่ ไม่ได้ตัดต่อ แต่งสี หรือใส่เพลงประกอบใดๆ เพราะอยู่ต่างประเทศ แล้วเรียนค่อนข้างหนัก เลยไม่มีเวลาครับ (บวกกับความขี้เกียจด้วย แหะๆ) แต่ก็หวังว่าจะเป็นวิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงความจริงใจที่ต้องการจะพูดคุยให้ฟังแล้วกันนะครับ ถ้ามีเวลากว่านี้ สัญญาว่าวิดีโอสวยๆจะกลับมาอย่างแน่นอนฮะ

loading...

การออกมาบอกอย่างเป็นทางการว่า ผมเป็นเกย์ ไม่ใช่สิ่งที่เรากลัวอะไรเลย คนในครอบครัวอยากให้พูดมาตั้งนานแล้ว โดยเฉพาะคุณแม่ ที่อยากจะให้ทุกคนรู้ว่าการที่คนในครอบครัวเข้าใจเรื่องนี้ และให้การยอมรับมันเป็นของขวัญที่มีค่ามากแค่ไหนกับตัวเรา ซึ่งเราก็เห็นด้วยมากๆเลยครับ ส่วนถ้าจะมีคอมเม้นท์ในแนวทางลบๆ เราก็คงไม่ไปบังคับอะไรใครนะครับ เพราะคนเราเกิดและเติบโตมาในครอบครัวไม่เหมือนกัน ถ้าคุณจะถ่มคำดูถูกไว้ที่นี่ ก็ไม่สามารถทำให้เราหรือครอบครัวเราต่ำลงได้เลย เรายังก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ ทั้งอนาคตและความสามารถ ขอบคุณนะครับ”

.

f_1818228191267372136

.

“วินาทีที่บอกกับคุณแม่ครั้งแรกว่าเป็นเกย์ จริงๆ ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย ไม่เหมือนคนอื่น สำหรับผมเป็นวันธรรมดาที่อกหัก ย้อนกลับไปตอนที่มีแฟนเป็นผู้ชาย เขาก็เข้ามาอยู่ในครอบครัวเหมือนเป็นลูกชายอีกคนของคุณแม่ ซึ่งคุณแม่ก็เป็นคนหัวสมัยใหม่ เมื่อถึงวันที่เราเลิกกัน ผมเสียใจมาก จนวันนึงผมทนไม่ไหว ผมก็ไปร้องไห้กับคุณแม่ คุณแม่ก็ถามว่าเป็นอะไร ทะเลาะอะไรกัน ผมก็เลยถามคุณแม่ไปว่า แม่รู้ใช่มั้ยว่าผมเป็นแฟนกัน

คุณแม่บอกว่า แม่เลี้ยงของแม่มา ทำไมแม่จะไม่รู้ว่าลูกแม่เป็นอะไร แต่แม่เห็นว่าลูกแม่มีความสุข ณ วันนี้ที่ลูกแม่มีความรับผิดชอบในชีวิตแล้ว มันไม่มีอะไรที่จะต้องเสียหายอีกต่อไปแล้ว ครอบครัวเราผ่านเรื่องร้ายๆ กันมาเยอะ ดังนั้นเรื่องนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าไม่มีเรื่องไหนที่จะทำลายความรักที่แม่มีต่อลูกได้ ก็เป็นโมเม้นท์ที่เสียใจ และดีใจไปด้วย

สำหรับวงการไทย ผมก็รู้สึกว่าการเปิดเผยตัวตนก็ยังแคบอยู่ประมาณนึง แต่ ณ เวลานี้ผมอายุ 31 ปีแล้ว ผมก็ค่อนข้างจะพร้อมที่จะรับฟังคำวิจารณ์ในแง่ลบ ผมโตมากพอและมองโลกในแง่ดีมากพอที่จะรับคำวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้ แต่ถ้าผมรู้สึกเสียใจก็คงไม่ใช่คำวิจารณ์ แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนไม่เข้าใจในเรื่องความแตกต่างในเรื่องนี้ คนเราสามารถแตกต่างได้อีกเยอะ ขอแค่ให้เรามีความสุข

การเป็นเกย์ของผมไม่ได้ทำร้ายใคร ผมสามารถทำให้ที่บ้านมีความสุขได้ นั่นคือสิ่งที่มีความสุขที่สุดแล้ว ส่วนเรื่องของคนในอินเทอร์เน็ตที่จะวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นสิทธิ์ของเขา บางครั้งคุณพิมอะไรลงไปในอินเตอร์เน็ต คนทั้งโลกสามารถเห็นได้ ผมอยากให้คิดเยอะๆ ก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ใคร เราเริ่มต้นไปทำร้ายคนอื่นด้วยคำพูด แล้วถ้าเราโดนคนอื่นทำร้ายด้วยคำพูดบ้างละ มันก็อาจจะเป็นวันที่เราจะเสียใจที่สุดเหมือนกัน

ตอนนี้ผมโสด ไม่มีแฟนมานานพอสมควรแล้ว ผมมีความสุขกับการเรียนภาษา รวมถึงมีความสุขกับการครีเอทการทำอาหารขนมใหม่ๆ กับหนังสือ ก็ฝากถึงทุกๆ คนว่าเป็นตัวเองให้ดีที่สุด เป็นตัวให้มีความสุข มากกว่าพยายามที่จะเป็นคนอื่น”

.


.

แบ่งปัน