ตกเป็นข่าวยาวข้ามปีเลยทีเดียว สำหรับพระเอกหนุ่ม “ชาคริต แย้มนาม” ที่เจอข่าวเม้าท์ว่าควงสาว “โบวี่-อัฐมา” ไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนสองต่อสอง แต่เจ้าตัวและฝ่ายหญิงก็ออกมาเคลียร์แล้วว่าไม่มีอะไรในกอไผ่อย่างที่มีข่าวลือออกมา และล่าสุดกับภาพหลุดโอบกอดสาวที่ทะเล หลังเสร็จงานงานเปิดตัวสมาร์ทโฟน “blackphone 2” ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เจ้าตัวก็เลยขอเปิดใจเคลียร์ พร้อมแย้มถึงทริปทำบุญช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาให้ฟังด้วยว่า

“ปีใหม่ไปทำบุญที่กัมพูชาครับ ไปกับอาหนิง นิรุตติ์ ก็ไปทำบุญสร้างวัดและพาพระอาจารย์ไปเจอ ไม่ได้อธิษฐานอะไรเป็นพิเศษ ทำบุญตามปกติที่เราทำอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้วครับ เดี๋ยววันที่ 22-23 ม.ค. ก็ไปสร้างพระประธานครับ ผมทำบุญมาเป็นสิบปีแล้วแต่ไม่เคยบอกใคร ทำบุญตลอด เข้าวัดนั่งสมาธิมาเป็นสิบปีแล้วครับ นอกจากเข้าวัดแล้ว ก็ถือว่าไปเที่ยวด้วยครับ”

ล่าสุดมีภาพหลุดเราไปเที่ยวทะเลแล้วกอดสาว “ นั่นมันหนัง “แฟนเก่า” เป็นภาพกับกิ๊บซี่ วนิดา ก็พยายามกันเข้าไป เดี๋ยวฟ้องนะเว้ย (ยิ้ม) ก็ไม่รู้จะทำยังไง มันก็ห้ามไม่ได้ครับ ผมเคยทำอะไรที่ไหน ผมก็อยู่ของผมเฉยๆ ว่าไงก็ว่ากัน เพราะสุดท้ายแล้วยกขึ้นมาก็รู้อยู่ว่าไม่จริง แต่ด้วยหน้าที่เนอะเราก็เข้าใจกันอยู่แล้ว ก็ดูเอาตามเนื้อผ้า เกรงใจกันนิดนึงบ้างก็ดี ถ้าเกิดคุณบอกว่าคุณพึ่งผมก็ให้ผมพึ่งคุณบ้างสิ จิตใจ ตอนนี้ไม่แข็งแรงเท่าเมื่อก่อนเพราะคุณแม่ป่วย ตอนนี้เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะยื้อชีวิตเขาไว้ เราก็โฟกัสตรงนั้นมากที่สุดตอนนี้ คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว ถ้าเขาเป็นอะไรไป เขาคงไม่ฟื้นขึ้นมาให้เราได้ยื้อครับ ถ้าไม่ทำตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำตอนไหนครับ”

ถามถึงอาการป่วยคุณแม่ หนุ่มชาคริตเผยว่า “ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ เดินได้ แต่เรื่องความจำเขาก็อยู่กับปัจจุบันแหละ แต่การสื่อสารต้องลุ้นเอาวันต่อวัน มันมีวันดีวันร้าย ถ้าไปอยู่ไกลๆ ที่ที่เขาต้องไปรีเซตสมองใหม่ที่เขาไม่คุ้นเคย เขาก็ไม่รู้ว่านี่ฉันอยู่ที่ไหน จะพาไปเที่ยวต่างจังหวัดไปนอนก็นอนไม่ได้ จะกลับบ้าน มันลำบาก ต้องเข้าใจเขาจริงๆ ขัดเขาไม่ได้ แล้วเราก็ต้องเข้าใจความรู้สึกของเขา แต่ที่เรายื้อเขาไว้ ซึ่งจริงๆ เขาอยากไปด้วยซ้ำตั้งแต่ตอนที่เขาล้มไปแล้ว เขาเคยบอกนานแล้วว่าถ้าเขาเป็นแบบนี้อย่าเอาเขาไว้นะ เพราะเขาเป็นคนที่ทำอะไรด้วยตัวเขาเองมาตลอด เขารู้ว่าเขาจะเป็นเพราะว่าพี่น้องเขา 4-5 คนเป็นหมดเลย คือเป็นกรรมพันธุ์ ซึ่งวันนึงผมเองก็คงเป็นเหมือนกัน เขาพูดเรื่องนี้กับผมตั้งแต่เด็ก พอถึงเวลาเกิดขึ้นจริงๆ ผมก็ไม่ปล่อยเพราะเราเชื่อว่าหายได้ เราเชื่อในกุศล ปาฏิหาริย์มีจริง เพราะว่าสมองเขาตายไปครึ่งนึงน่ะ แต่ตอนนี้มันกลับมาเรื่อยๆ จนสมองเริ่มกลับมาทำงานทั้งที่เขาอายุ 70 กว่าๆ ซึ่งแม้แต่คุณหมอเองยังบอกว่าปาฏิหาริย์เท่านั้นที่เป็นอย่างนี้ เพราะ 2 เดือนเต็มที่มันไม่ใช่แค่เส้นเลือดตีบเป็นสโตรกแล้วล้มลงไป แต่มันมีเรื่องลิ่มเลือดในหัวใจ 2 เดือนกว่าๆ ที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ให้ยาปรับความดันอย่างเดียว เพราะถ้ารักษาตรงนี้ เลือดก็ซึมสมอง ก็ต้องผ่าอีก ก็ไม่รู้จะเป็นยังไง ต้องภาวนาอยู่ตลอด”

“ทั้งคุณหมอและพยาบาลทุกคนผมต้องขอบคุณมากๆ หมอหัวใจที่ดูแลคุณแม่ผมประชุมกันทุกวัน เขาเครียดแทนเรา เขาดูแลทุกอย่าง ขอบคุณจริงๆ เขาเองก็เห็นแม่เราเหมือนแม่เขา เขาพูดกับผมคำเดียวคือภาวนาเยอะๆ นะคุณชาคริต เพราะตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะเขาเสี่ยงไม่ได้ เคยลองครั้งนึงแล้วความดันขึ้นแล้วต้องกลับไปไอซียูอีก มันเกิดเหตุการณ์หลายครั้ง ซึ่งก็ต้องบอกว่าถ้าไม่เกิดเหตุการณ์นี้เราก็คงไม่ได้เข้มแข็งขนาดนี้เนอะ ขนาดแม่เราป่วยยังสามารถเป็นกำลังใจให้เราเข้มแข็งได้ทั้งที่เขาป่วยขนาดนี้ครับ”

“โรคนี้เป็นโรคกรรมพันธุ์ ผมไม่สนใจหรอกครับ ถ้าเป็นก็ต้องเป็น เราก็ใช้ชีวิตตรงนี้ก่อน ตรงนั้นค่อยว่ากัน เราก็ดูแลตัวเองให้ดีที่สุดครับ ความดันมันก็มีบ้างเพราะทำงานเยอะ นอนไม่เป็นเวลา เครียดด้วย ทำงานหลายอย่าง มันก็เป็นปกติ ทุกคนก็ต้องมีบ้างแหละเนอะ สภาวะแบบนี้ ที่คุณแม่เป็นคือโรคสโตรกครับ คือเส้นเลือดในสมองแตกครับ เป็นกรรมพันธุ์เพราะพี่น้องคุณแม่ 4 คนเป็นหมดเลยครับ ผมไม่กลัวครับ มันเป็นเรื่องของอนาคต แม่เรายังเข้มแข็งให้เราเลย ก็ถึงเวลาของเราไม่รู้ว่าจะเข้มแข็งได้ครึ่งนึงของเขาหรือเปล่า เราก็ออกกำลังกายเยอะๆ แต่ต้องห้ามเยอะเกินไปอีก จริงๆ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ต้องคอยกินวิตามิน แต่ถ้าเริ่มเป็นความดันเท่าที่รู้คือคนเป็นความดันสูงต้องกินยาทุกวันครับ”

“มันไม่มีอะไรที่มาอำนวยให้เราดูแลตัวเองได้ ดูแลสุขภาพจิตของเราให้สบายดีกว่า เพราะงานมันไม่ใช่แค่งานแสดงอย่างเดียว ธุรกิจก็ทำหลายอย่าง แล้วก็ดูแลคุณแม่อีก ไหนจะอยากเจอเพื่อนส่วนตัวอีก ซึ่งตรงนั้นตัดไปได้เลย ทุกวันนี้แทบจะไม่เหลือแล้ว เหลือแต่งาน ร้าน แม่ และก็นอนเมื่อมีโอกาส”

คนก็ยังจับตาเรื่องสาวใหม่ “ก็ช่วยกันจังเลย คงยังครับ ตอนนี้ไปเรื่อยๆ เราเองก็เป็นคนมีเพื่อนเนอะ ไม่มีก็คงประหลาด แต่ไม่เป็นไร เพื่อนๆ ก็เริ่มชินกันแล้ว ญาติพี่น้องผมก็ชินแล้ว เมื่อก่อนญาติก็ไม่มีใครกล้ามากินข้าวกับผมเพราะทุกคนก็ไม่อยากอยู่ดีๆ มาเห็นข่าว เขามีโลกส่วนตัวของเขาอยู่แล้ว ตอนนี้ยัง ไม่มีใครครับ ก็นิ่งๆ ไม่ได้ปิดตายหรอก เราก็ไปเรื่อยๆ มันเป็นเรื่องอนาคต มันไม่มีเวลาไปนึกถึงและไม่คิดด้วย เพราะสุดท้ายมันก็ไม่ได้ยากนะกับคนที่อยู่ดีๆ มาคบกัน สำหรับผมอาจจะดูว่าเป็นผมน่าจะง่าย แต่ตัวผมเองไม่ได้ง่ายนะ ยากอยู่”

เรื่องบ้านที่เคยทำเป็นเรือนหอ “ตอนนี้กำลังตัดสินใจว่าจะยังไงดี จะลดสเกลหรือจะยังไง แต่ยังไงก็สร้างปีนี้แหละครับ แต่พอดีมีโอกาสใหม่ๆ มีคนเสนอใหม่ๆ อย่างรุ่นพี่ที่ทำโครงการหมู่บ้าน แล้วแม่เราก็ป่วย เขาก็ไม่ได้ใช้ เราก็เอ๊ะ หรือเราจะขายตรงนี้ แต่ตอนนี้มุ่งมั่นว่ายังไงก็สร้างอยู่ดีแต่ไม่ได้รีบครับ คือที่ผ่านมาก็มีคนติดต่อมาซื้อที่ เขาสนใจเพราะที่มันใหญ่ ส่วนที่ย่านปทุมธานีขายไปตั้งแต่น้ำท่วมแล้วครับ”

ช่วงนี้วุ้นเส้นสวยขึ้น เซ็กซี่ขึ้น “เขาก็สวยดูดีของเขาอยู่แล้วนี่ครับ ถามว่าเป็นห่วงไหมไม่ครับ ก็ชีวิตเขาครับ มันก็เคยห่วงอยู่ตลอดเวลาครับ แต่เราจะไปนั่งจู้จี้คงไม่ใช่เพราะเขาเองยังไม่ได้จู้จี้อะไรเรานะ เราก็รู้ว่าคอยเป็นห่วงกันอย่างนั้นดีกว่า มีอะไรก็ปรึกษากันตลอด ปีใหม่ ก็มีอวยพรคริสต์มาสปีใหม่แต่ไม่ได้เจอกันครับ”

 


 

94893 94898

เจอกันแล้วก็เป็นแบบเนี่ย🐷🐮😇 @vjwoonsen

รูปภาพที่โพสต์โดย shahkrit (@shahkrit) เมื่อ

บังเอิญเจอพี่เค้า @shahkrit 🐮

รูปภาพที่โพสต์โดย woonsen (@vjwoonsen) เมื่อ

วันนี้มางานเปิดป่าไม้พะยูง 10,000 ต้น ที่ได้ปลูกเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่11 สิงหาคม พ.ศ.2559 ณ โรงเรียนบ้านเดียง(พลีศึกษา) เพื่อถวายให้พ่อหลวง ดีใจมาก ที่ไม้พะยูงทุกต้นที่ได้นำมาปลูกนั้น รอดและเจริญเติบโตเร็วมาก. วันนี้ตรงกับวันพ่อ ข้าพระพุทธเจ้านายชาคริตแย้มนามขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายป่าไม้พยุงนี้เพื่อเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่๙ PROUD TO BE BORN IN THE REIGN OF RAMA IX "Happy Fathers Day" 🙏🏻🙏🏻🙏🏻

รูปภาพที่โพสต์โดย shahkrit (@shahkrit) เมื่อ

ทำงานหนักมาเป็นอาทิตย์วันนี้ได้กลับมาดูแล❤️ที่บ้าน..มีความสุขที่สุดทุกครั้งที่ได้กลับมานอนตักแม่เหมือนกลับไปเป็นเด็กได้ทำให้แม่ทั้งยิ้มทั้งหัวเราะมันเป็นความสุขความบริสุทธิ์ที่ไม่มีใครสามารถเอาไปจากเราได้จริงๆ และขอบคุณที่แม่สอนลูกเสมอว่าการเป็นคนต้องรู้จักอดทนและที่สำคัญที่สุดคือการอภัยทาน "Every Breath Of Yours Is The Will For Me To Live"

รูปภาพที่โพสต์โดย shahkrit (@shahkrit) เมื่อ

รูปภาพที่โพสต์โดย shahkrit (@shahkrit) เมื่อ


 

 

 

ผู้สื่อข่าว : สมศักดิ์ หินแก้ว
บันทึกภาพ : สมศักดิ์ หินแก้ว
รายงาน : ปฏิพร วาปีทะ

แบ่งปัน