ทำเอาพิธีกรฝีปากกล้า มดดำ คชาภา ตันเจริญ ที่มาออกงานอีเวนต์เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ตื่นเต้นหนักทำตัวไม่ถูก หลังมาร่วมงาน ฉลองครบรอบ 14 ปี Slim Concept เปิดตัว “มดดำ คชาภา” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุด ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ซึ่งพิธีกรคนดังบอกปีนี้สุดปัง งานพรีเซ็นเตอร์เข้ามาแน่นเจ้าตัวยังแปลกใจ งานนี้สู้ค่าตัวมาก เจ้าตัวยิ้มแก้มปริเลย อีกทั้งยังได้เปิดใจถึงเรื่องราวดราม่า โดนทัวร์ลงหนักหน่วงช่วงที่ผ่านมา ยอมรับว่าเศร้าเหมือนกันทำให้กลับมาทบทวนตัวเอง ได้บทเรียนชีวิต เหมือนได้ปลดล็อกตัวเองแล้ว โดยเจ้าตัวเผยว่า

“ไม่ได้ออกงานอีเวนต์มาเป็น 10 กว่าปีเลยนะ ทำแต่รายการทีวี ไม่ได้ออกมาเจอคนเลย อยู่ดีๆ เป็นโรคบ้า”

วันนี้ตื่นเต้นไหม?
“ปกติก็จะเป็นคนทำงานแบบรูทีน กรอบเดิมๆ จริงๆ ตอนอยู่บนเวทีก็ทำอะไรไม่ถูก เพราะครั้งนึงเคยอยากได้เงินเยอะๆ เนอะ ทำพิธีกรอีเวนต์ เขาให้เงินเราทีเป็นแสน จนงานนึงกำลังจะขึ้นเวทีเราก็ยื่นไมค์ให้คนอื่นทำเลย ให้คนอื่นทำต่อ ตั้งแต่ตอนนั้นคือทำไม่ได้เลย เป็นโรคจิต คือไม่มีความมั่นใจเวลาเจอคนเยอะๆ”

เห็นว่าค่าตัวพรีเซ็นเตอร์ 8 หลักเลย?
“ไม่ๆ แต่เขาก็สู้นั่นแหละ (ยิ้ม) ก็โอเคแหละ”

แสดงว่าเงินไม่ถึงไม่รับ?
“ว๊าย รับค่ะ รับหมดแหละ (ยิ้ม)”

แต่ 1-2 ปีที่ผ่านมาปังมากพรีเซ็นเตอร์เพียบ?
“เยอะเหรอ ก็ยังงงตัวเองเหมือนกัน เพราะทำงานอยู่ตรงนี้มาเกือบ 20 ปีนะ ก็เพิ่งมี 1-2 ปีนี้แหละ มันก็แปลกๆ เนอะ”

แต่พักหลังดูมั่นใจในการแต่งตัวมากขึ้น มีเปิดอกโชว์?
“วันนั้นมันไม่ได้มีอะไรเลย แค่เอาเสื้อที่มีคนซื้อมาให้ เราก็เอาใส่เท่านั้นเอง แล้ววันนั้นอ่านข่าวแตงโมด้วยมั้ง”

เห็นคนแชร์เยอะ เขินไหม?
“ก็เขิน มีคนส่งมาให้ดูเยอะเหมือนกัน (แซ่บขึ้นไหม?) ไม่แซ่บ เหมือนเดิม แก่ลง”

บรรยากาศเหมือนเข้าวงการใหม่ๆ ไหม?
“เนี่ย ตอนนี้สัมภาษณ์อยู่ก็ยังตื่นเต้นเหมือนดัดจริตเนาะ แต่มันเป็นจริงๆ เคยคุยกับทุกคนว่าเมื่อก่อนเราก็รวยมาจากอีเวนต์นี่หว่า ทำไมอยู่ดีๆ มันกลายเป็นคนกลัวไปได้ไงไม่รู้ เมื่อเราไปทำอยู่ในสตูดิโอเยอะๆ แล้ววันหนึ่งเราไม่เคยออกมาเจอคนเยอะๆ ตั้งแต่มีทีวีดิจิตอล 8-9 ปีก่อน เราก็ไม่เคยออกมาเจองานแบบนี้เลย”

หลังจากนี้จะเดินหน้าลุยอีเวนต์อีกไหม?
“(ส่ายหน้า) ไม่เอา พอเหอะ เวลามันตื่นเต้นแล้วมันทำออกมาไม่ดี ถามว่าเป็นงานแบบไหนถึงจะรับ ก็รับนะ ปกติก็รับ แต่มันก็ต้องในสตูดิโอในรายการของเราอย่างนี้ดีกว่าไหม”

มีติดต่อมาเยอะไหม?
“มี วันหนึ่งปาล์มไม่รู้รับกี่งาน แต่เราก็บอกไม่เอาหรอกปาล์ม ไม่ได้ดัดจริตนะ แต่กลัวออกมาทำให้เขาไม่ดี แล้วด้วยเวลาของเราด้วยมันฟิกซ์หมดแล้วทั้งวัน”

ถามถึงเรื่องที่ไปออกรายการ วู้ดดี้ พูดถึงเรื่องดราม่าโดนทัวร์ลงที่ผ่านมา มันเป็นบทเรียนให้กับเราเหมือนกัน พอได้พูดระบายแล้วรู้สึกได้ปลดล็อกตัวเองไหม?
“รายการวู้ดดี้นะเหรอ มันก็เหมือนพูดคุยกัน โดยปกติเราก็คุยกันตลอดอยู่แล้ว ไปออกรายการวู้ดดี้ก็ดีนะ เหมือนแบบว่าปลดล็อก ไม่กล้าไปออกอยู่รายการเดียวคือ วันกรรชัย”

เพราะกลัวโดนหนุ่ม กรรชัยขยี้เหรอ?
“ไม่ใช่ มันรู้จักสนิทกันเยอะเกิน กลัวหนุ่มแว้งกัด เดี๋ยวตอบผิด แต่วู้ดดี้มันยังเป็นเพื่อน ไม่หรอก ของพี่หนุ่มค่อยไป แต่วันนั้นที่ไปหาวู้ดดี้มันเหมือนเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน อย่างพี่หนุ่มเราเจอกันทุกวัน”

วันนั้นพูดว่าได้บทเรียนชีวิตแล้ว?
“ก็ได้บทเรียน แลกเปลี่ยนกัน ชีวิตเรามันต้องทบทวนอะไรกันเยอะเหมือนกัน พ.ศ.นี้มันอาจจะใช้ความสำเร็จเดิมๆ ไม่ได้แล้ว”

ความอัดอั้นนั้นมันสะสมมานานแค่ไหน?
“โห เยอะ เพราะมันก็โดนหลายครั้งแล้วเนาะ ก็ดีฮะ ทุกครั้งที่โดนมันก็เป็นบทเรียนให้ตัวเอง”

ทำให้เรากลายเป็นคนเสพติดการอ่านคอมเมนต์ไปเลย?
“อ่าน มานั่งอ่านตลอดเลย สังเกตว่าตอนทำรายการก็จะเห็นฉันนั่งอ่านคอมเมนต์ในระหว่างทำรายการไปด้วยทุกรายการ”

ไม่กลัวว่ามันจะบั่นทอนมากขึ้นเหรอ?
“ถ้างั้นมันก็มีแต่คนโกหกปะ ดีแล้วเก่งแล้ว ทุกคนก็จะได้เสร็จงานกันไป ถ้าสมมติเราอ่านพวกนี้ก็คือความจริงอ่ะ”

ในวันที่เห็นชื่อตัวเองติดเทรนด์ทวิตเตอร์ในประเด็นแง่ต่างๆ?
“มันก็แค่รู้สึกว่า อย่างที่พูดในวู้ดดี้ไปหมดแล้ว ก็ได้กลับมาทบทวนแรกๆ กูทำอะไรผิดวะ แต่ด้วยคอมเมนต์เหล่านั้นมันจะบอกมดดำมาเลยว่า สิ่งที่คุณทำผิดคืออะไร ก็แค่ปรับตัวเองให้ทันว่าเรากำลังอยู่กับมัน เมื่อก่อนเรามีกล้องตัวใหญ่ๆ เต็มไปหมด ทุกวันนี้แค่โทรศัพท์ตัวเดียวก็สัมภาษณ์มดดำได้แล้ว สัมภาษณ์ดาราใหม่ๆ ได้แล้ว”

บทบาทการทำงานของมดดำ หลังจากนี้คอนเซ็ปต์ของเราจะเบาลงหรือระวังมากขึ้นแค่ไหน?
“คงจะระวังมากขึ้น เพราะวันที่โดนทัวร์ลงหนักๆ มันก็เศร้าเนอะ โห เหรอวะ นั่งอ่านแบบว่าขนาดนี้เลยเหรอ มันก็แค่ทุกคนต้องระวังตัวเองแค่นั้นเอง เป็นบทเรียนให้กับตัวเอง (ยิ้ม)”

ด้วยความที่เราเป็นสายมู ช่วงนี้มีไปไหว้ที่ไหนเป็นพิเศษไหม?
“ก็ไปไหว้แบบเดิมๆ แหละ แต่เราก็เหมือนบังคับตัวเองให้ไปทำบุญ ซึ่งมันก็ดีนะ มันก็มีอะไรหลายๆ อย่างที่เปลี่ยน ปีนี้ก็เป็นปีของ การมูเนาะ และเราก็เห็นว่ามันมีอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตเราจริงๆ เคยบอกกับวู้ดดี้ไปว่ามู 60% เลยนะ ความสามารถไม่เท่าไหร่หรอก เพราะคนที่เก่งกว่าเราก็เยอะแยะ”

มีที่ไหนที่เด็ดๆ แนะนำบ้างไหม?
“ไม่รู้สิ มันก็เด็ดทุกที่นะ”

ขอถามย้อนกลับไปเรื่อง พุฒ-จุ๋ย เจอดราม่าเรื่องไม่ไปงานแตงโม อยากพูดอะไรไหม?
“มดดำต้องขอโทษน้องพุฒไปเลยว่า พุฒ พี่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ พี่ก็แค่ถามน้อง เรารู้สึกผิดนะ ปกติเราโดนทัวร์ลงอยู่แล้ว เราจะรู้ว่าเราทำอะไรผิด ปากเสียอะไร ไปพูดอะไรคอมเมนต์อะไรแรงเกิน แต่พุฒจุ๋ยทำอะไรผิดก่อนยังไม่รู้เลย เหมือนกับเราก็คุยกันปกติ อย่างที่รู้ว่าพุฒเป็นเด็กของแกรมมี่เหมือนกัน เราก็มีการพูดคุยกันปกติอยู่แล้ว เราก็สงสารน้อง ได้แต่ขอโทษ พุฒ พี่ขอโทษจากใจเลย พุฒก็เรียกเราว่าแม่ บอกแม่ ไม่เป็นไรเลยแม่ พุฒไหว แล้วยิ่งพูดคำว่าพุฒไหว เห็นน้ำตาพุฒ เฮ้ย รู้จักไอ้พุฒอยู่ด้วยกันมาเป็นสิบๆ ปี ไม่เคยเห็นไอ้พุฒอ่อนแอเลย ก็ได้แต่ขอโทษน้อง”

เจตนาในวันนั้นที่ถามคำถามนั้นไป?
“เจตนาจริงๆ คือ เรื่องพวงหรีด เราเพิ่งคุยกันว่าจะสั่งระงับพวงหรีด เพราะว่าทุกคนสั่งพวงหรีดกันหมด แล้วทุกคนก็ตกใจว่าเขาไม่รับพวงหรีดแล้วเราจะส่งกันไปทำไม จุ๋ยก็กำลังหันไปแคนเซิลพวงหรีด ให้ผู้ช่วยแคนเซิลไปแล้ว ก็คงไม่ได้ยินแล้วน้องกำลังจะมีน้อง จุ๋ยเขาก็เครียดเรื่องคนชอบไปถามเขาเยอะพอสมควรอยู่แล้ว”

มดดำรู้อยู่แล้วว่าเขากำลังจะมีน้อง?
“รู้ ก็รู้กันตลอด ก็มีคุยกันบ้าง”

ตอนนี้จุ๋ยท้องแล้ว?
“ยัง บ้า เขาเตรียมตัวไม่ใช่เหรอ เขาเตรียมตัวจะมีน้อง”

มีการขอโทษกันแล้ว?
“ขอโทษ พี่ขอโทษนะเว้ย เราไม่รู้จริงๆ ว่าคำถามจะไปทำให้เจอแบบนี้ สองคนนั้นก็เหมือนกับน้องเหมือนครอบครัว แล้วจะมาโดนขนาดนั้น”

แบ่งปัน