จากกรณีที่ “โต วีรชน ศรัทธายิ่ง” อดีตนักร้องนำวง “ซิลลี่ฟูล” ได้จัดรายการโต-ตาลกับพิธีกรคู่หูและมีการตอบคำถามจากทางบ้านทำไมอิสลามไม่มีรูปปั้นของพระเจ้า จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างและดูท่าเรื่องราวจะลุกลามใหญ่โต {อ่านข่าว : ถล่มยับ!! “โต ซิลลี่ฟูลส์” วิจารณ์แรงรูปปั้นศาสนาพุทธ ลั่นผมไม่ไหว้สิ่งที่ต่ำกว่า!!}

loading...

ล่าสุดวันที่ 4 เม.ย. 61 ทางเฟซบุ๊กของ สำนักจุฬาราชมนตรี ได้เผยแพร่คลิปแถลงของ “นายอาศิส พิทักษ์คุมพล” จุฬาราชมนตรี ซึ่งเป็นการชี้แจงและเตือนสติเกี่ยวกับการเผยแพร่ศาสนาอิสลามด้วยการบริภาษความเชื่อของเพื่อนต่างศาสนิกในสังคมไทย โดยมีใจความว่า

“วันนี้มีเรื่องที่ไม่ค่อยสบายใจ เนื่องจากว่ามีผู้ที่ทำตัวเป็นผู้รู้ศาสนานั้น ได้พูดในเชิงวิพากษ์หรือบริภาษศาสนาอื่น ทำให้เกิดความไม่สบายใจว่าทำไมอิสลามถึงกล่าวร้ายอย่างนั้นหรือ แต่ความจริงอิสลามห้ามบริภาษ หรือวิจารณ์คนศาสนาอื่น หรือคนที่นับถือศาสนาอื่น

ซึ่งปรากฏในคัมภีร์อัลกุรอานว่า “สูเจ้าอย่าได้วิพากษ์กลุ่มคนที่เรียกร้องสิ่งอื่นนอกจากอัลเลาะฮ์ เพราะเขาจะกลับมาบริภาษอัลเลาะฮ์” ดังนั้น เราอยากจะขอเตือน ขอฝากกับผู้รู้ หรือผู้ที่ทำตัวเป็นผู้รู้ศาสนา ให้ระมัดระวังในสิ่งเหล่านี้เพราะอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งทางสังคม เป็นวิธีการที่ขัดแย้งกับคำสอนในอัลกรุอ่านที่ห้ามบริภาษหรือวิจารณ์ศาสนาอื่น

การเผยแพร่อิสลามในประเทศไทย ควรจจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังและเคารพ และให้เกียรติคนอื่น จึงขอทำความเข้าใจกับพี่น้องโดยทั่วไปว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่หลักคำสอนของอิสลาม แต่เป็นหลักปฏิบัติที่ฝ่าฝืนคำสอนของอิสลาม เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ก็ขอฝากไปยังนักวิชาการที่พูดผ่านทางสื่อต่างๆในขณะนี้ จงระมัดระวัง จงปฏิบัติตนตามหลักคำสอนอัลกุรอาน เพราะคำพูดของท่านไม่กี่ประโยคนั้น อาจจะนำไปสู่ความสูญเสียแก่อิสลามและมุสลิมในประเทศไทย จะนำไปสู่ความแตกแยก อิสลามห้ามไม่ให้บริภาษหรือวิจารณ์ศาสนาอื่น

ในอิสลามอัลกรุอ่านก็สอนอยู่แล้วว่า “สูเจ้าจงเรียกร้องเชิญชวนไปสู่ศาสนาของอัลเลาะห์ด้วยวิทยปัญญา” การเผยแพร่ศาสนาอิสลามในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสังคมไทย จะต้องมีความรอบคอบ สุขุม และมีความเคารพต่อคนอื่นและศาสนาอื่น ข้อเสนอและคำแนะนำคงจะเป็นประโยชน์แก่ท่านทั้งหลาย นักพูดนักบรรยายทั้งหลายต้องเก็บไปคิด เดินไปสู่แนวทางที่อิสลามสอนคือต้องเชิญชวนด้วยวิทยปัญญา ด้วยบทเรียนและคำสอนอันดีงาม ไม่ใช่ไปบริภาษ ไม่ใช่ไปกล่าวร้าย อันอาจจะนำไปสู่ความแตกแยกอย่างใหญ่หลวงทางสังคม จึงขอให้ตระหนักถึงความสำคัญ และความร้ายแรงของเรื่องนี้ด้วย”

.

แบ่งปัน